หากเป็นแบบแรก แล้วใครจะไปคิดว่าต้าซือมิ่งผู้หลุดพ้นจากทางโลกและละเว้นจากกามารมณ์ราวกับไม่ทานอาหารมนุษย์และไร้ซึ่งความปรารถนาใดๆ เขากลับ…บ้าจริง!อินสวินอี้ไม่กล้าคิดต่อไป เขารู้สึกถ่อยเกินไปแล้ว ทัศนคติสามด้าน[1]พังทลายไปหมด ท้ายที่สุดอินสวินอี้จึงคิดว่าแบบที่สองน่าจะปกติมากกว่า โดยเฉพาะเมื่อเขารู้ว่าท่านปราชญ์มหาสำนักเยี่ยนเป็นผู้สืบทอดของปฐมราชินีหยวนชู เขาจึงยิ่งคิดว่ามีความเป็นไปได้ ถึงแม้ต้าซือมิ่งแข็งแกร่งจนวิปริต แต่ปราชญ์มหาสำนักเยี่ยนที่ได้รับการสืบทอดจากปฐมราชินีก็ไม่ใช่แจกันดอกไม้ที่สวยแต่รูปเท่านั้น ดังนั้นการเชื่อข่าวลืออย่างไม่ลืมหูลืมตาอาจจะทำให้คนตายได้ ปราชญ์มหาสำนักท่านนี้แม้แต่ต้าซือมิ่งก็ยังปราบให้อยู่หมัดได้ นางช่าง……ในขณะที่อินสวินอี้ว้าวุ่นอยู่นั้น สิ่งมีชีวิตตัวน้อยก็ไม่อยากใช้ตาพิสูจน์อีกแล้ว เขาจับแม่คนงามไว้และชี้ไปข้างหน้าพลางส่งเสียง“อ้ะเนะเนะ”
“อ้ะเนะเนะ! อ้ะเนะเนะ!” เด็กน้อยบอกว่าเขารู้สึกว่าพ่อรูปงามของเขาอยู่ข้างหน้านี้เอง เขาอยากไปดูเยี่ยนอวี๋สังเกตเห็น ‘ความผิดปกติ’ ของเด็กน้อยตั้งแต่แรกแล้วอีกทั้งนางก็รับรู้ได้ว่าข้างหลังของนางมีกลิ่นอายจางๆ ซ่อนอยู่ แต่เยี่ยนอวี๋ไม่ได้ลงมือทำอะไร เพราะว่านางเดาได้ว่าคนที่มาคือต้าซือมิ่งท่านนั้น แต่เดิมนางอยากจะหายตัวไปที่นั่นพร้อมกับเด็กน้อยโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว แต่น่าเสียดายที่เด็กน้อยอดทนไว้ไม่ได้ แต่ก็มิอาจก