เพี๊ยะ!เยี่ยนอวี๋ตีลงบนมืออวบอ้วนของบุตรชายอย่างเบามือ และหิ้วปลาตัวนั้นไปด้วยความรวดเร็วสำหรับเยี่ยนเสี่ยวเป่าที่อ้าปากเล็กๆ อยู่นั้นก็ทำได้เพียงแค่กลืนอากาศเข้าไป ไม่ได้กลืนถูกปลาตัวนั้น เขาพองลมที่แก้มกลมๆ มองท่านแม่ของเขา “เนะ! อาเนะ…”“ปลาที่ยังมีชีวิตอยู่จะกินได้อย่างไรกัน ป่าเถื่อน” เยี่ยนอวี๋จิ้มไปที่หน้าผากนุ่มนิ่มของบุตรชายเบาๆ พร้อมกับใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดน ้าบนมือบุตรชายให้สะอาดแล้ว ถึงได้สั่งว่า “เม่ยเอ๋อร์ ต้มปลาเยว่ซวิ่น[3]เป็นซุปปลาให้เสี่ยวเป่ากิน”“อะเนะเนะ!” เยี่ยนเสี่ยวเป่ากระพริบตาปริบๆ ขณะมองไปทางเม่ยเอ๋อร์ด้วยท่าทางดีใจกลิ่นอายพิฆาตเย็นเยียบตรงหว่างคิ้วของเม่ยเอ๋อร์จางหายไปอย่างหมดจด ปลาเยว่ซวิ่นที่กล้าท้าทายเยี่ยนเสี่ยวเป่าถูกนางหิ้วไปชำแหละท้อง บดกระดูกให้กลายเป็นผงแล้ว…และในตอนนี้เองที่อินหลิวเฟิงที่เพิ่งจะค้นหาเสียงตัวเองพบเอ่ยขึ้นว่า “ท่านบรรพบุรุษตัวน้อยสมกับเป็นบุตรของท่านกูไหน่ไน[4]เสียจริง” เด็กขนาดนี้ พลังก็ยอดเยี่ยมเช่นนี้แล้ว
“รวดเร็วจริงๆ…” เยี่ยนจื่อเสาก็เอ่ยออกมาอย่างยากจะบรรยายได้ในประโยคเดียว “ถ้าหากว่าเป็นข้า เกรงว่าคงจะหยุดเอาไว้ไม่ทันทำได้เพียงมองเสี่ยวเป่าแทะปลาเย่วซวิ่นดิบๆ นั้นตาปริบๆ แล้ว” ภาพตรงหน้านั้นไม่สามารถมองตรงๆ ได้จริงๆ“เช่นกัน” เอ้อร์เหมาปาดเหงื่อที่อยู่บนหน้าผากเพราะถูกทำให้ตะลึงแล้วจริงๆทันใดนั้นเขาก็เกิดความรู้สึกเห็นอกเห็นใจนา