ประคองกล่องใส่พืชตะไคร่น ้าไปทางเยี่ยนอวี๋ พลางเอ่ยว่า “ปราชญ์มหาสำนักเยี่ยนยังต้องการพืชตะไคร่น ้ามากกว่านี้หรือไม่ขอรับ”“พวกท่านยังมีอีกหรือ” เยี่ยนอวี๋ตะลึงเล็กน้อย
“มิผิด ความจริงแล้ว นี่เป็นเพียงพืชตะไคร่น ้ากลุ่มเล็กๆ เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งในคลังสินค้าจวินเป่าเก๋อเท่านั้น” จวินฮวนบอกเล่าเยี่ยนอวี๋ตะลึงอยู่บ้างจริงๆ “เช่นนั้นพวกเจ้าวางแผนจะเจรจาแลกเปลี่ยนอย่างไร”“เรื่องนี้ข้าน้อยไม่สามารถตัดสินใจได้ ข้าน้อยเพียงแค่มาแจ้งให้ทราบเท่านั้น ถ้าหากว่าปราชญ์มหาสำนักเยี่ยนสนใจ สามารถลงไปเจรจาต่อรองการค้าที่ด้านในได้” จวินฮวนตอบ“ได้ ข้าจะตามเจ้าไป” เยี่ยนอวี๋ไม่คิดพิจารณาเลยแม้แต่น้อยเพราะนางต้องการพืชตะไคร่น ้าจริงๆ อีกทั้งนางก็อยากจะรู้ว่า จวินเป่าเก๋อได้พืชตะไคร่น ้านี้มาจากที่ใดแต่เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่ได้ยินกลับส่งเสียง “อ๊ะ” ออกมา เขามองไปทางเม่ยเอ๋อร์ที่ต้มซุปปลา และหันไปมองท่านแม่ของเขา พลางเอ่ยว่า“อะเนะเนะ…” ข้าวของเสี่ยวเป่ายังไม่เสร็จเยี่ยนอวี๋ยิ้มบางๆ แล้วเอ่ยถามว่า “เช่นนั้นเสี่ยวเป่าจะรอแม่อยู่ที่นี่หรือว่าจะออกไปกับแม่ก่อน อีกครู่หนึ่งค่อยกลับมากิน?”“อ๊ะ?” เยี่ยนเสี่ยวเป่าคิดอยู่ครู่หนึ่งและพาดร่างนุ่มนิ่มอยู่ในอ้อมแขนท่านแม่ของเขา เห็นได้ชัดว่าต้องการตามท่านแม่ของเขาไปแล้วค่อยกลับมากินข้าว
รอยยิ้มบนดวงหน้าของเยี่ยนอวี๋งดงามขึ้นหลายส่วน แต่นางเพิ่งจะอุ้มบุตรชายขึ้นมาเพื่อตา