เจ้าตัวน้อยบางคนที่ได้ยินวาจาของท่านอ๋องเมืองโยวตูแล้วก็มองไปทางท่านแม่ของเขาตาปริบๆ ทั้งยังดิ้นรนยื่นมืออวบเล็กที่ถูกห่ออยู่ในเสื้อคลุมออกมา และชี้ไปทางตะเกียงไฟเหล่านั้น เพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาต้องการจะเล่นตะเกียงไฟที่ส่องสว่าง “เนะ…”อินสวินอี้คิดจะเอ่ยต่อ แต่เยี่ยนอวี๋ได้ส่ายหน้าให้กับบุตรชายแล้วและเอ่ยว่า “ไม่ได้”เยี่ยนเสี่ยวเป่าซุกศีรษะเข้ากับซอกคอท่านแม่ของเขา “เนะ…”“ออดอ้อนก็ไม่ได้เช่นกัน” เยี่ยนอวี๋ฝืนทนไม่ให้ใจอ่อน พลางเอ่ยปลอบว่า “เสี่ยวเป่าเด็กดี พวกเราตกลงกันแล้วว่าจะนอนก่อน พรุ่งนี้ค่อยเล่น ไม่อาจไม่รักษาสัญญานะ”“อืม…” อินสวินอี้อยากจะพูดว่าเล่นสักครู่เดียวนั้นไม่เป็นไร แต่ถูกอินหลิวเฟิงหยุดเอาไว้เยี่ยนอวี๋เอ่ยปลอบบุตรชายต่อว่า “เสี่ยวเป่าที่น่ารักที่สุดของพวกเรา แน่นอนว่าต้องเป็นเสี่ยวเป่าที่รักษาสัญญา ถูกต้องไหม”“เนะๆ…” เสี่ยวเป่าที่ท่าทางหงอยเล็กน้อยลูบศีรษะโล้นเกลี้ยงของตัวเองแล้วพยักหน้าเชื่องช้า พร้อมกับหาวแล้วเอ่ยถามว่า “อะเนะ?”เยี่ยนอวี๋ที่สามารถเดาได้เอ่ยสัญญาอีกครั้งว่า “แม่รับประกันว่าพรุ่งนี้จะพาเจ้าออกไป และพาเจ้าไปเล่นตะเกียงไฟเช่นกัน”
หาว เยี่ยนเสี่ยวเป่าหาวอย่างวางใจ ความมีชีวิตชีวาถดถอยไปในที่สุด และซุกตัวเข้ากับอ้อมแขนของท่านแม่เขาเยี่ยนอวี๋รีบตบหลังเขาเบาๆ พลางเอ่ยเสียงเบากับอินสวินอี้ว่า“ถ้าหากว่าท่านอ๋องไม่มีเรื่องใดอีก ไม่ทราบว่า…”ไม่รอให้เยี่ยนอวี