าเด็กนั่นจริง เขาต้องรีบมาเอาหน้าแล้วสิ? เหตุใดจึงอดทนได้ถึงเพียงนี้กัน!เมื่อนึกถึงตรงนี้ อินสวินอี้ก็รีบสั่งลงไปว่า “ทหาร! ไปสืบดูซิว่าหลิวเฟิงถึงไหนแล้ว”
“ทูลท่านอ๋อง นายน้อยถึงหน้าประตูเมืองตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว บัดนี้คงเดินทางกลับจวนไปแล้วขอรับ”“บอกเขาให้เร่งฝีเท้า…อะไรนะ” อินสวินอี้ที่เพิ่งได้สติลุกพรวดขึ้นมา “หลิวเฟิงกลับมาแล้วอย่างนั้นหรือ”“ขอรับท่านอ๋อง ทว่า…” องครักษ์แห่งจวนอ๋องที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก จำต้องพิจารณาถ้อยคำอย่างเลี่ยงไม่ได้ว่า “ทว่าได้ยินมาว่านายน้อยยังพาหญิงงามกลับมาด้วยนางหนึ่ง รวมถึง…หลานชายของท่านอ๋องด้วยขอรับ”อินสวินอี้ที่ยิ่งฟังคำรายงานดวงตาก็ยิ่งเบิกกว้างนั้น รู้สึกท่าไม่ดี“เหลวไหล! เหลวไหลสิ้นดี!”“นี่…นี่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องจริงขอรับ คุณหนูสามแห่งตระกูลเฉาพบเข้าพอดีและทะเลาะวิวาทกันชุลมุนวุ่นวายแล้วด้วยขอรับ”องครักษ์แห่งจวนอ๋องจึงต้องรายงานตามจริงอย่างเลี่ยงไม่ได้“เหลวไหล! นั่นจะเป็นหลานชายของข้าได้อย่างไร หากเป็นเช่นนั้นจริง ข้าคงได้หัวเราะจนบรรลุเป็นแน่!” ทำเอาอินสวินอี้ที่รู้เรื่องภายในไม่รู้จะพูดอะไรต่อดีเขารู้ตั้งนานแล้วว่าบุตรชายของเขาต้องกลับมายังเมืองโยวตูพร้อมกับบุตรสาวอายุสิบแปดของเจ้าสำนักแห่งสำนักชางอู๋ที่เพิ่งได้รับขนานนามเป็นนักปรุงยาในตำนาน ปราชญ์มหาสำนักแห่งสำนักหมอหลวงนั่นหรือก็คือเยี่ยนจื่ออวี๋
ดังนั้น เขาจึงรู้ดีว่าหญิงงามผู้นั้นก็คื