้ากันด้วยความมึนงงผ่านไปพักใหญ่…อินสวินอี้ที่เพิ่งได้สติถึงได้ถามอย่างไม่แน่ใจว่า “ดังนั้น ต้าซือมิ่งได้ตอบตกลงแล้วใช่หรือไม่”“ใช่แล้วกระมัง มิเช่นนั้นเขาจะมาพบเราสองคนทำไมกัน” จวินอั้นหยวนรู้สึกว่าต้องรีบรายงานเรื่องนี้ให้กับสำนัก นี่มันเรื่องใหญ่เชียวนะ!“แล้วเหตุใดต้าซือมิ่งถึงได้ยอมช่วยเหลือพวกเรากันล่ะ” อินสวินอี้ยังคงไม่เข้าใจ“ท่านอ๋องขี้ลืมมากเพียงนั้นเชียวหรือ ต้าซือมิ่งเขาก็ได้พูดเมื่อครู่แล้วมิใช่หรือว่าเป็นเพราะนายน้อยได้ไปขอร้องเขาต่อหน้า! จะว่าไปแล้ว นายน้อยเองก็มีความอดทนไม่เบาเลยนะ แม้แต่ต้าซือมิ่งก็ถูกเขาเชิญมาจนได้” จวินอั้นหยวนถอนหายใจเล็กน้อย
ต้องทราบเสียก่อนว่าต้าซือมิ่งนั้นแม้แต่องค์จักรพรรดิก็ไม่ไว้หน้า! คาดไม่ถึงว่า…นายน้อยที่พวกเขามองว่าไม่ได้เรื่อง แต่ความจริงแล้วกลับได้เรื่องมากที่สุด ได้ขอร้องต้าซือมิ่งให้มายังเมืองโยวตูด้วยเบาะแสอันเล็กน้อยนั่นได้จริงๆ!เยี่ยม!เยี่ยมจริงๆ!…หลังจากที่รู้สึกประทับใจอยู่ภายในใจ จวินอั้นหยวนก็กล่าวด้วยสีหน้าปกติว่า “ไม่พูดเรื่องนี้กันแล้ว ท่านอ๋อง ข้าน้อยกลับสำนักเพื่อนำคนที่อยู่ใต้แม่น ้าออกมาตามที่ต้าซือมิ่งบอกก่อน คนของท่านก็คงออกมากันแล้วสินะ”“ได้” อินสวินอี้โบกมือตอบ แต่ในสมองยังคงมีเรื่องราวมากมายเพราะก่อนเกิดเรื่องบุตรชายของเขาคนนั้นมิได้บอกอะไรกับเขาเลย!ตามที่อินสวินอี้รู้จักบุตรชายของตนแล้ว หากเรื่องนี้เป็นฝีมือของเจ้