าะว่าเจ้า…” เยี่ยนซูซูเกือบหลุดปาก นางชะงักครู่หนึ่งจากนั้นจึงพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า “เจ้าอย่าคิดหลอกให้ข้าพูด ข้าย่อมมีเหตุผลของข้า!”“เช่นนั้นแล้วอย่างไร” เยี่ยนอวี๋ถามอย่างไม่เข้าใจ “เจ้ามาพูดเรื่องเหล่านี้กับข้าทำไม”“เจ้ายอมรับแล้ว!” เยี่ยนซูซูดีใจ “เจ้าไม่ใช่! เจ้าไม่ใช่จริงๆด้วย…”“หยุด” เยี่ยนอวี๋จำเป็นต้องเตือนว่า “หากเจ้ายังคงคิดและพล่ามไปเองเช่นนี้ เกรงว่าเราคงคุยกันต่อไปมิได้”“อันที่จริงก็ไม่มีเรื่องจำเป็นอะไรต้องคุยกัน ในเมื่อเจ้ายอมรับแล้วเช่นนั้นข้าขอเตือนเจ้า! อย่าริอ่านปลอมตัวเป็นเยี่ยนจื่ออวี๋มาดึงดูดความสนใจของกู้จ่างสื่อ! มิเช่นนั้นข้าจะไปทูลฝ่าบาทว่าเจ้าหลอกลวงองค์จักรพรรดิ ถึงครานั้นเจ้าและลูกชายอัปรีย์ที่ไม่รู้ว่าพ่อคือใครจะไม่มีที่ยืนอีกต่อไป! อ้อ แล้วก็ข้าขอเตือนเจ้าอีกอย่าง แม้เจ้าจะปลอมตัวได้เหมือนอย่างไร แต่ลูกชายคนนี้ของเจ้าคือจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุด เพราะเยี่ยนจื่ออวี๋ตัวจริงมิสามารถตั้งครรภ์ได้!” เมื่อเยี่ยนซูซูระบายออกมาหมดแล้ว นางก็ทำท่าจะจากไปแต่แล้ว เมื่อคำว่า ‘ลูกชายอัปรีย์’ หลุดออกจากปากนาง สีตาของเยี่ยนอวี๋ก็พลันเปลี่ยนไป แต่เดิมนางไม่อยากใช้วิชาสะกดจิตทว่าบัดนี้นางมองไปที่เยี่ยนซูซูและพูดขึ้นว่า…
“เจ้ามั่นใจเพียงนี้ เป็นเพราะเจ้าคิดว่าตนเองเป็นผู้เกิดใหม่ เจ้ารู้เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่ออดีตชาติ ใช่หรือไม่”เมื่อสิ้นเสียง… เยี่ยนซูซูที่ไร้การป้องกันตัว