เมื่อเยี่ยนซูซูเห็นเยี่ยนอวี๋ชะงัก นางก็พูดเหน็บแนมว่า “ทำไมหรือ ศิษย์พี่จื่ออวี๋จำซูซูไม่ได้หรือ ก็ใช่ ไม่ว่าจะเป็นเมื่อก่อนที่ยังไม่เลื่องชื่อหรือตอนนี้ ในสายตาของศิษย์พี่จื่ออวี๋แล้วมีศิษย์พี่ศิษย์น้องสำนักเดียวกันเช่นพวกข้าตั้งแต่เมื่อใดกัน”เมื่อกู้หยวนเหิงได้ยินดังนั้น เขาก็ต้องการแสดงตนทำท่าจะตำหนิเยี่ยนซูซู แต่เยี่ยนอวี๋กลับพูดขึ้นว่า “ข้าไม่รู้จักเจ้าจริงๆ เจ้าคือใคร”“…” เยี่ยนซูซูอ ้าอึ้ง เพราะหากเป็นคนทั่วไปได้ยินคำพูดเมื่อครู่นี้ไม่ว่าในใจคิดอย่างไร ก็ต้องแสดงออกอย่างนอบน้อม อย่างเช่นอาจจะพูดว่า ‘ศิษย์น้องกล่าวเกินไปแล้ว’ ทว่าเยี่ยนอวี๋กลับไม่สนใจเรื่องเหล่านี้เลย นางในตอนนี้สนใจเพียงตัวตนของเยี่ยนซูซูเท่านั้น“เหมือนว่าข้าไม่เคยเจอเจ้า”เม่ยเอ๋อร์ก็พูดขึ้นข้างๆ อย่างมั่นใจว่า “คุณหนูใหญ่ ท่านไม่เคยเจอคนผู้นี้จริงๆ เจ้าค่ะ แต่ฟังจากชื่อแล้ว เหมือนจะเป็นบุตรสาวของเยี่ยนฉี่ซาน ผู้ดูแลสำนักฝ่ายนอกหรือโจรกบฏแห่งสำนัก”“หืม?” เยี่ยนอวี๋เลิกคิ้ว สายตาที่มองเยี่ยนซูซูก็ลึกซึ้งขึ้นกว่าเดิมเพราะว่า เยี่ยนอวี๋จำได้ว่าเยี่ยนฉี่ซานคนนี้เป็นคนถอนขนของพี่รองไป “ที่แท้ก็เป็นลูกสาวของโจรกบฏที่สูญสิ้นทั้งตระกูลแล้ว แต่เจ้ายังมีชีวิตอยู่ เก่งไม่เบานี่”
เยี่ยนอวี๋กล่าวชมนางจากใจจริง เพราะว่าเยี่ยนอวี๋สัมผัสได้ว่าสตรีตรงหน้ามีบางสิ่งผิดปกติ ต้องมีอะไรไม่ธรรมดาแน่นอนทว่าเสียงแหลมสูงเสียงหนึ่งก็