รเรียกผิด ถูกจับได้ต่อหน้ากู้หยวนหมิงก็พอแล้ว แต่ในโยวตู ยิ่งในเมืองหลวง มากคนก็มากความ ระวังไว้ย่อมดีกว่าส่วนเยี่ยนจื่อเสาที่ปรับตัวให้คุ้นชินมาตลอดทาง เขาก็ขานตอบในทันทีว่า “ข้ากำลังถามเจ้าว่า ในเมื่อโยวตูเกิดภัยน ้าท่วมทุกปีเช่นนั้นปีนี้มีอะไรไม่เหมือนกันหรือ เจ้าจึงร้อนรนเช่นนี้”“ขอรับ” อินหลิวเฟิงจริงจังขึ้นมาทันที “โยวตูของข้ามิได้สนใจน ้าท่วมที่เกิดขึ้นทั่วไป เหล่านักบวชเองก็จัดการได้ แต่ตั้งแต่เข้าฤดูใบไม้ร่วงเมื่อปีที่แล้ว เหล่านักบวชก็สัมผัสได้ว่าใต้แม่น ้าเย่ว์หมิงคับคล้ายจะมีคลื่นใต้น ้าที่ไม่สงบ พวกพี่ก็รู้ แม่น ้าเย่ว์หมิงเป็นแม่น ้าที่ใหญ่ที่สุดในอาณาจักร ก่อนจะไหลผ่านโยวตู ก็รวมเข้ากับน ้าจากแม่น ้าลั่วสุ่ย แต่เดิมน ้าก็มีมากอยู่แล้ว พวกเราโยวตูยังพอรับมือได้แต่หากมีการเปลี่ยนแปลงอื่นใด โยวตูคงรับมือไม่ไหว”“คลื่นใต้น ้า? แผ่นดินเคลื่อนตัวหรือ” เยี่ยนจื่อเสาถาม“พูดยาก เหล่านักบวชเคยลงไปสำรวจ แต่ก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าคืออะไร ทว่าใต้น ้าผิดปกติไปจริงๆ ข้าเคยลงไป ข้าไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี ต้องเห็นด้วยตาตนเองจึงจะเข้าใจ” เมื่ออินหลิวเฟิงพูดถึงสภาพในใต้น ้า สีหน้าของเขาก็ดูไม่ดีนัก
เยี่ยนอวี๋กลับถามขึ้นว่า “นี่คือเหตุผลที่ใจเจ้าไม่อยู่กับเนื้อกับตัวหรือ”“…มิใช่” อินหลิวเฟิงไม่กล้าบอกว่า เหตุที่เขาใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเป็นเพราะต้าซือมิ่ง จนถึงบัดนี้เขาก็ยังไม่เข้าใจว่