ยงานตัวก่อน เพราะข้าเองก็พาลูกไปด้วย ลูกต้องกินต้องพักตลอดทาง ทำได้เพียงค่อยๆ เดินทางไป เร่งมิได้ หวังว่าท่านสู่เจิ้งจะทูลฝ่าบาทให้ชัดแจ้ง”“อาจารย์น้อยวางใจ ศิษย์จะทูลแก่ฝ่าบาท เพียงแต่ว่าเรื่องอุทกภัยโยวตูเป็นเรื่องของตำหนักซือมิ่ง บัดนี้อาจารย์เป็นคนของสำนักหมอหลวง มิจำเป็นต้องเข้าไปพัวพัน” สู่เจิ้งแห่งสำนักหมอหลวงยังคงคิดว่าไม่ควรปล่อยให้อาจารย์น้อยงดงามเช่นนี้ตกอยู่ในกำมือของนายท่านน้อยจอมเจ้าชู้ท่านนี้หารู้ไม่ว่า เมื่อเขาพูดถึงตำหนักซือมิ่ง สายตาเยี่ยนอวี๋พลันเป็นประกาย “ตำหนักซือมิ่งหรือ เช่นนั้นก็ไม่เป็นไร”“หืม?” ผู้เฒ่าสู่เจิ้งไม่เข้าใจเยี่ยนอวี๋ไม่อยากพูดมากความ “เหวยสู่เจิ้งมิต้องกังวล ข้าเข้าใจดีท่านกลับไปพักผ่อนก่อนเถิด เมื่อฟื้นตัวเต็มที่แล้วค่อยกลับเมืองหลวง คิดว่าน่าจะยังไม่สาย”“…ขอรับ” ผู้เฒ่าสู่เจิ้งที่เป็นกังวลใจไร้หนทางจึงได้แต่ลาจากไป ในเมื่อเขาเป็นศิษย์ ย่อมมิใช่เรื่องดีหากจะบังคับความคิดของอาจารย์
ช่างเถอะ… หากนายท่านน้อยจอมเจ้าชู้นั่นแต่งงานกับอาจารย์น้อยจริงๆ เขาก็แค่คอยช่วยจับตาดูเขาให้มากเสียหน่อย! หากนายท่านน้อยจอมเจ้าชู้กล้าทำอะไรมิดี ไม่ต้องรอให้ถึงมืออาจารย์น้อย เขาจะทำให้นายท่านน้อยจอมเจ้าชู้นั่นเสียใจเอง! เมื่อคิดได้เช่นนี้ ผู้เฒ่าสู่เจิ้งแห่งสำนักหมอหลวงก็จากไปอย่างวางใจในตำหนักเหลือเพียงอินหลิวเฟิง จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าแผ่นหลังเย็นวาบขึ้นมาทำเอาเขาจา