มออกมาอย่างงงงัน จากนั้นก็พูดขึ้นว่า “เช่นนั้นจื่ออวี๋เจ้าก็ไปพักผ่อนเถอะ จะออกเดินทางเมื่อไรค่อยมาเรียกข้า”“อืม ไปเถอะ” เยี่ยนอวี๋โบกมือพูด“ได้” อินหลิวเฟิงพาเอ้อร์เหมาออกจากตำหนักใหญ่สำนักคุนอู๋ ก่อนจากไปเขายังไม่ลืมที่จะพากู้หยวนหมิงไปด้วย เพราะว่าที่นี่ไม่มีธุระของเขาแล้ว แต่อีกฝ่ายกลับไม่ไปพร้อมอินหลิวเฟิง เขาพูดขึ้นว่า“แม่นางเยี่ยน เรื่องทั้งหมดนี้ข้าได้ประจักษ์แล้ว ข้าขอไม่ไปโยวตูแล้วข้าต้องกลับสำนัก เจอกันใหม่เมื่อถึงวันพิธีแต่งตั้งเจ็ดสำนักที่เมืองหลวง”“ก็ดี” เยี่ยนอวี๋ตอบกู้หยวนหมิงด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย “ครานี้ข้าละเลยดูแลเจ้า คราวหน้าเจอกันที่เมืองหลวง ข้าจะให้ของขวัญเจ้าชิ้นหนึ่งแทนคำขอโทษ”“แม่นางเยี่ยนเกรงใจเกินไปแล้ว” กู้หยวนหมิงยิ้มพลางพูดว่า “แต่ของขวัญของเจ้า ข้าจะต้องรับไว้แน่ เช่นนั้นก็ตามนี้ เจอกันที่เมืองหลวง ข้ารอรับของขวัญของเจ้า”
“ย่อมได้” เยี่ยนอวี๋ยิ้มเล็กน้อย “พบกันใหม่”“พบกันใหม่” กู้หยวนหมิงประสานมือกล่าวลา จากนั้นก็ส่งยิ้มให้เจ้าตัวน้อย “เสี่ยวเป่า ไว้พบกันใหม่นะ”“อ้ะเนะเนะ!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าประสานมือทันที เขาทำท่า ‘กำหมัด’อำลากู้หยวนหมิง น่ารักเสียไม่มี“ฮ่าๆๆ…” กู้หยวนหมิงเดินขึ้นไปลูบศีรษะน้อยๆ ของเด็กน้อยด้วยรอยยิ้มสดใส และให้สัญญาว่า “คราวหลังลุงจะหาของขวัญสวยๆ ให้สักชิ้นนะ”“อ้ะ!” เยี่ยนเสี่ยวเป่ายิ้มตาหวานเป็นพระจันทร์เสี้ยวทันทีเป็นการบอกว่า