อย่างสับสน จนเมื่อมีเงาร่างปรากฏออกมาจากกลางอากาศ เขายืนข้างพระราชโองการ ก่อนจะถามพลางหายใจหอบว่า “ทันเถอะ? ทันใช่หรือไม่ มาทัน…”เมื่อคนที่พูดด้วยอาการหอบหายใจรุนแรงคนนั้นเห็นร่างคนในชุดหลากสี เขาก็หายตัวลงไปหาทันที “อาจารย์น้อยเยี่ยน รีบลุกขึ้นมารับพระราชโองการเถอะ!”“ท่านพ่อ ปล่อยข้าสิ” เยี่ยนอวี๋มองท่านพ่อที่นิ่งงันอยู่ข้างนางนางถูกพ่อจับไว้แน่น ไม่สามารถลุกขึ้นได้เลย“อ้ะ” เยี่ยนเสี่ยวเป่าช่วยตีมือท่านปู่เบาๆ ฝ่ายหลังกลับไม่รู้สึกตัวเพราะเขายังคงกำลัง “ครุ่นคิดความหมายในชีวิต” อยู่เยี่ยนจื่อเสาตั้งสติขึ้นได้ก่อน เขาจึงตบหลังท่านพ่อของเขาดังป้าบ!แค่ก!แค่กๆ…เยี่ยนชิงที่ถูกตบหลังจนเกือบจะกระอักเลือกจึงตั้งสติขึ้นได้ เมื่อเห็นว่าข้างหน้าของตนมีชายชราผมขาวท่าทางเมตตาท่านหนึ่งยืน
อยู่ เขาก็มิได้รู้สึกอะไร เพราะว่าเขาไม่รู้จักชายชราท่านนี้ ทว่าหยางชีซานที่เป็นผู้อาวุโสรุ่นก่อนย่อมรู้จักเขาดี เขาจึง… จึงคุกเข่าลงอีกครั้ง “คารวะใต้เท้าสู่เจิ้ง!”หยางชีซาน… หยางชีซานก็แทบจะหายใจไม่ออกแล้ว!เขา… เขา… ถึงแม้เขาได้ยินมาว่านังหนูจื่ออวี๋มีความสัมพันธ์กับสู่เจิ้งของสำนักหมอหลวง แต่… แต่ว่าเหตุใดจึงรู้สึกว่าสถานการณ์ตรงหน้านี้พิกลนักเล่าใต้เท้าสู่เจิ้งเขา… เขาเรียกจื่ออวี๋ว่าอะไรนะ“อาจารย์… อาจารย์น้อยเยี่ยน?” หยางชีซานพึมพำด้วยความสับสนชายชราสู่เจิ้งสำนักหมอหลวงกลับกล่าวด้วยความเมตตาว่า “ใช่แล้ว