ี นางกำลังอุ้มเด็กน้อยที่อยู่ในผ้าห่อตัวและกำลังมองมาที่เขาด้วยสายตาเย็นชาหึ่ง! ครั้นเมื่อสตรีนางนี้เก็บศาสตราเวทลักษณะคล้ายดอกปทุมค่ายกลปิดกั้นอวกาศก็หายไปพร้อมกันทว่านอกจากเยี่ยนอวี๋แล้ว ไม่มีผู้ใดรู้ว่ามีการปิดกั้นอวกาศอันลึกลับอีกชั้นหนึ่งที่หายไปพร้อมกับการสลายค่ายกลสกัดกั้นอวกาศของนาง ดังนั้นอันที่จริงเยี่ยนอวี๋ได้ยินเสียงตะโกนของหยางเทียนชื่อแต่นางย่อมไม่บอกผู้ใดหยางชีฮั่นและเยี่ยนชิงที่ยืนอยู่ข้างเยี่ยนอวี๋ พวกเขาก็แสยะยิ้มก่อนจะพูดด้วยความคับแค้นใจว่า “ตาแก่คุนอู๋! เจ้าคงคิดไม่ถึงว่าสำนักชางอู๋ของข้าจะกลับแพ้เป็นชนะเองได้จึงใส่ร้ายต้าซือมิ่งว่าเป็นคนมาช่วยสำนักข้าสินะ”
“ช่างน่าขันยิ่งนัก” หยางชีซานก็มองหยางเทียนชื่ออย่างจนคำพูด และมองเฉินคั่วและกองกำลังแนวหน้าราชสำนักอย่างระแวดระวังเฉินคั่วเองก็มิได้ฟังความหยางเทียนชื่อข้างเดียว ไม่ใช่เพราะเขาไม่อยากเชื่อ แต่เพราะเขารู้ดีแก่ใจว่าราชสำนักไม่ต้องการสู้กับต้าซือมิ่ง! อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้ เฉินคั่วจึงตำหนิขึ้นว่า “เช่นนั้นสำนักชางอู๋ของพวกเจ้าเป็นอะไรกัน ท่านประมุขสูงสุดสำนักชางอู๋ประกาศแล้วว่ามีพระราชโองการ เหตุใดพวกเจ้าจึงไม่หยุด”“ใช่แล้ว! หรือเพราะว่ามีต้าซือมิ่งคอยหนุนหลังพวกเจ้า พวกเจ้าจึงบังอาจเช่นนี้” หยางเทียนชื่อไม่อยากทำตามความประสงค์ของเฉินคั่ว เพราะว่าเขาเชื่อมั่นว่าคนที่อยู่เบื้องหลังของสำนักชางอู๋คือต้าซือมิ่ง