กู้หยวนเหิงไม่คิดเลยว่า พี่ใหญ่ของเยี่ยนจื่ออวี๋จะอยู่ด้วยเมื่อเขาเจอนางอีกครั้ง อีกทั้งพวกเขายังปรากฏตัวพร้อมกันด้วย“ชีหลาง?” กู้หยวนหมิงก็ประหลาดใจเช่นกัน เพราะว่ากู้หยวนเหิงเดินออกมาจากสำนักชางอู๋ เท่าที่เขาทราบน้องเจ็ดคนนี้ของเขา
มิควรอยู่ที่นี่ กู้หยวนหมิงจึงถามอย่างตรงไปตรงมาว่า “เจ้าเป็นขุนนางราชสำนัก เหตุใดยุ่งเกี่ยวเรื่องนี้” เขารู้ว่าน้องเจ็ดคนนี้ของเขารู้จุดยืนของราชสำนักที่มีต่อสำนักชางอู๋ดี เช่นนั้นสำนักเหยาไถเซียนคงมีสาส์นส่งมา“ข้าเป็นตัวแทนของราชสำนักและสำนักเหยาไถเซียนมาเกลี้ยกล่อมเจ้าสำนักเยี่ยน เพราะราชสำนักมีจุดประสงค์เพียงนำตัวเจ้าสำนักเยี่ยนไป มิได้จงใจหาเรื่องสำนักชางอู๋ และไม่มีความจำเป็นต้องเปิดศึกเสียด้วยซ ้า แต่บัดนี้…”กู้หยวนเหิงพูดน ้าไหลไฟดับ สุดท้ายยังสรุปให้ว่า “เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องทำให้บานปลายเช่นนี้ ขอเพียงน้องจื่ออวี๋แต่งงานกับข้าเมื่อสำนักเหยาไถเซียนมีความสัมพันธ์เครือญาติกับสำนักชางอู๋สำนักคุนอู๋ก็คงจะไว้หน้า ทว่า…”“หยุด!” เยี่ยนชิงทนฟังต่อไปไม่ไหวแล้วจริงๆ! หากไม่ใช่เพราะกู้หยวนหมิงอยู่ เขาคงจับไม้กวาดทุบตีอีกฝ่ายตั้งแต่แรกแล้ว!แม้แต่กู้หยวนหมิงเองก็รู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขาพูดขึ้นว่า“น้องเจ็ดมิต้องพูดแล้ว เรื่องแต่งงาน ขอไม่กล่าวถึงเรื่องเวลา เพราะแค่เรื่องจริยวัตร เจ้าก็ทำอย่างสุกเอาเผากินแล้ว ไม่เคารพแม่นางเยี่ยนเลย”“แต่ว่า…” กู้หยวนหม