็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังมี ‘ธุระ’ ที่ต้องจัดการในตำหนักใหญ่ แต่เขาก็พูดอย่างตรงไปตรงมาว่า “เช่นนั้นลำบากท่านปู่แล้ว”“ไสหัวไปซะ” เยี่ยนหงชวนปราดมองหลานอาวุโสอย่างไม่สบอารมณ์นัก จากนั้นจึงมองไปที่เหลนสาว พูดว่า “พักผ่อนดีๆ มิต้องกังวลเรื่องอื่น”ทว่าเยี่ยนอวี๋กลับพูดขึ้นว่า “ข้าต้องการกำจัดกองทัพคุนอู๋ให้สิ้นซาก”“!” เยี่ยนหงชวนเบิกตาโพลง
หากประมุขหอสัตว์บรรพกาลและคนอื่นๆ ยังอยู่ พวกเขาคงตื่นตกใจจนหยุดหายใจแล้ว!แต่เยี่ยนหงชวนจำเป็นต้องพูดขึ้นว่า “ถึงแม้พวกเขาถูกโจมตีกลับจนตอนนี้เหลือกองกำลังหนึ่งหมื่นนาย ผู้แข็งแกร่งขั้นถอดจิตสามท่านก็ยังอยู่ ส่วนพวกเรา นอกจากเจ้าแล้วก็ไม่มีผู้ใดมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะร่วมออกศึกด้วย”“เม่ยเอ๋อร์สามารถจัดการได้สองคน ท่านสามารถจัดการได้หนึ่งคน ส่วนอีกหนึ่งหมื่นนายที่เหลือ สำนักชางอู๋น่าจะระดมนักฝึกฌานอย่างน้อยหนึ่งหมื่นนายออกมาได้?” เยี่ยนอวี๋ถามกลับเยี่ยนหงชวนตอบ “ข้าชราภาพเช่นนี้แล้ว หลังจากที่ออกจากสำนักชางอู๋ก็มิอาจสู้ผู้แข็งแกร่งขั้นถอดจิตใดๆ ได้”“หากท่านใช้พลังของตนเองเรียกต้นอู๋ถงออกมาได้เล่า” เยี่ยนอวี๋ถามกลับอีกครั้ง“เรื่องนี้…” เยี่ยนหงชวนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบอย่างมั่นใจว่า “ข้าเอาชนะปู่เย่าเหลียนได้ แต่…”“ไม่มีแต่ ท่านเรียกต้นอู๋ถงออกมาได้” เยี่ยนอวี๋สบตาเยี่ยนหงชวน พูดอย่างหนักแน่นว่า “ข้ามั่นใจ”หัวใจของเยี่ยนหงชวนเต้นเร็วราวกับตีกลองรัว มี