คยชินแล้วทว่าเสียงร้อนรนของประมุขหอสัตว์บรรพกาลก็ดังขึ้นจากไม่ไกลเขาถามขึ้นว่า “นังหนูอวี๋ นี่มันเรื่องอะไรกัน เมื่อครู่ตอนที่ข้าได้ยินเสียงหงส์ร้อง ข้าเงยหน้าขึ้นไปดู เหมือนว่าข้าจะเห็น… เกี้ยวคันนั้นของเจ้า มันถูกหงส์เพลิงตัวนั้นลากจูงหรือ”เรื่องนี้ถือเป็นความบังเอิญ ในเมื่อผู้คนอื่นๆ ของสำนักชางอู๋ที่กำลังต่อสู้อย่างจริงจังไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นเลย ประมุขหอสัตว์บรรพกาลบังเอิญอยู่ในตำแหน่งที่ดีและบังเอิญฆ่าอสูรผีเสื้อราตรีตัวหนึ่งเสร็จ เขาจึงมีช่องว่างพอที่จะ ‘แอบดู’ ได้ในเมื่อเทียบกับวิหคสุริยันอันน่าทึ่งแล้ว เกี้ยวที่ถูกลากจูงจึงไม่เป็นที่สะดุดตานัก อีกทั้งเกี้ยวคันนั้นลงจอดในสำนักชางอู๋ด้วยความรวดเร็วยิ่ง ตอนนี้ก็ถูกเยี่ยนอวี๋เก็บไปแล้ว ย่อมไม่มีผู้ใดทันสังเกต แต่ประมุขหอสัตว์บรรพกาลกลับจำเกี้ยวคันนั้นได้อย่างแม่นยำ เขาจึงพูดอย่างมั่นใจว่า “ไม่สิ ไม่ใช่ ไม่ใช่เหมือนกับว่า แต่ข้าเห็นจริงๆ!สรุปแล้วเป็นหงส์เพลิงที่นังหนูอวี๋อัญเชิญมาหรือ!”
คนอื่นอาจจะสงสัยในความสามารถของเยี่ยนอวี๋ แต่เมื่อประมุขหอสัตว์บรรพกาลคิดถึงยาพยัคฆ์ชั้นดีนั่น เขาก็ไม่สงสัยอีกเลย และยังเชื่อมั่นในสิ่งที่ตนเห็นส่วนเยี่ยนอวี๋ นางกลับไม่ได้ปฏิเสธ พูดขึ้นว่า “ก่อนหน้านี้ใช่ แต่ตัวนี้ไม่เชิงว่าใช่ ข้าเพียงแค่เสริมความแข็งแกร่งให้วิญญาณหงส์เพลิงที่อยู่ในร่างของวิหคสุริยันอยู่แล้ว”ประมุขหอสัตว์บรรพกาลมองเยี่ยนอวี๋อย