เหล่าชั้นผู้ใหญ่สำนักชางอู๋มองเม่ยเอ๋อร์ตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงหากไม่มีเสียงร้องเมื่อครู่นี้ พวกเขาคงไม่เชื่อคำพูดของเม่ยเอ๋อร์แต่เสียงหงส์ร้องที่ปรากฏเมื่อครู่นี้เกิดขึ้นอย่างประจวบเหมาะจริงๆในความเป็นจริงแล้ว หยางชีซานที่เฝ้าปรมาจารย์วิญญาณรู้สึกตกตะลึงและสะเทือนขวัญมากที่สุด เพราะว่ามีหงส์เพลิงขนาดเล็กตัวหนึ่งบินวนรอบๆ ต้นอู๋ถงจริงๆเดิมทีหยางชีซานคิดว่านี่เป็นเพียงภาพลวงตา แต่ครั้นเมื่อหงส์เพลิงตัวนี้ส่งเสียงร้องก็ทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้ว่า หรือว่าหงส์เพลิงตัวนี้มีตัวตนอยู่จริงๆ มิใช่ภาพลวงตา?!หยางชีซานไม่รู้ เขารู้เพียงว่าจิตวิญญาณประจำสำนักยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ความเร็วในการเติบโตของมันจะไม่ได้รวดเร็วเช่นเมื่อครั้นหงส์เพลิงสถิต แต่ก็มิได้หยุดสูงใหญ่ขึ้นเลย!“ดูจากการเติบใหญ่เช่นนี้แล้ว ภายในหนึ่งวัน ต้นอู๋ถงคงสูงเท่าคนแล้ว! ผ่านไปอีกเพียงสิบวันหรือครึ่งเดือนก็คงสูงเท่าต้นอู๋ถงที่โตเต็มวัยแล้ว!” หยางชีซานคิดพลางรู้สึกหายใจติดขัด ขนลุกชันไปทั้งตัว ช่างน่าตื่นเต้นยินดีเหลือเกิน!
นี่ก็เป็นความเชื่อมั่นของเม่ยเอ๋อร์ แม้สำนักคุนอู๋จะส่งกองกำลังมาอีกสามหมื่นนายก็มิอาจทำลายเกราะคุ้มกันได้!เม่ยเอ๋อร์รู้ดีว่า พลังวิญญาณธาตุไฟของหงส์เพลิงหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของชางอู๋อยู่ตลอดเวลา เมื่อฝ่ายหลังแข็งแกร่งขึ้น เกราะคุ้มกันย่อมแข็งแกร่งขึ้นเช่นกันในขณะนั้นเอง… หยางเทียนชื่อที่มิกล้าดูถ