เยี่ยนจื่อเสาที่เห็นสีหน้าน้องสาวค่อยๆ ชีดลงนั้น ก็ห้ามปรามนางอย่างปวดใจว่า “เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ พอได้แล้ว หยุดเขียนเถอะ!”หากเยี่ยนชิงอยู่ที่นี่ เขาก็คงรู้สึกสงสารนางจับใจเหมือนเยี่ยนจื่อเสาเพราะว่าสีหน้าของเยี่ยนอวี๋นั้นไม่ได้ซีดลงธรรมดา แต่ยังมีความหม่นหมองในความซีดนั้นด้วย!ทว่าถึงแม้เป็นเช่นนี้ เยี่ยนอวี๋ก็ยังคงไม่หยุดเขียน จวบจนตอนนี้ ทุกคนในเกี้ยววิหคสุริยันก็เพิ่งพบว่า พู่กันของนางนั้นก็ไม่ธรรมดาเพราะมันมีกลิ่นอายของพลังงานทั้งห้าธาตุอันบริสุทธิ์วูบวาบอยู่“จื่ออวี๋ เจ้า…” อินหลิวเฟิงมองเยี่ยนอวี๋ด้วยดวงตาเป็นประกาย เขาอยากจะห้ามปรามให้นางหยุดเขียนเช่นกัน แต่เขามีสติกว่าเยี่ยนจื่อเสา ทำให้เขาพบว่ายันต์ที่เยี่ยนอวี๋เขียนนั้นกำลังจะสำเร็จแล้ว“อ้ะ!” เจ้าตัวน้อยมองไปที่มารดาของเขาด้วยน ้าตาคลอหน่วย ทว่าลูกหนูน้อยตัวหนึ่งรั้งตัวเขาไว้ เพื่อไม่ให้เขาเข้าใกล้แม่คนงามของเขามีหลายครั้งที่เยี่ยนเสี่ยวเป่าโมโหจนอยากจะทุบตีลูกหนูน้อย ทว่าฝีมือของฝ่ายหลังก็ใช่ย่อย และเยี่ยนเสี่ยวเป่าเองก็เอาแต่คิดอยากจะไปอยู่ข้างกายแม่คนงามของเขาจึงไม่มีกะจิตกะใจไปไล่ตีลูกหนู ทำให้มันห้ามเสี่ยวเป่าได้สำเร็จทุกครั้งไป
ทว่าถึงแม้จะเป็นเช่นนี้ แต่ครั้งนี้เยี่ยนเสี่ยวเป่ากลิ้งไปใกล้เท้ามารดาของเขาแล้ว อินหลิวเฟิงจึงกัดฟันอุ้มเด็กน้อยขึ้นมาในทันที“อ้ะ!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าโมโห!อินหลิวเฟิงพลันรู้สึกว่า เขาอุ้มระเบิดลู