กหนึ่งขึ้นมาทำให้รู้สึกพะว้าพะวงขึ้นมาวิ้งในชั่วขณะที่เยี่ยนอวี๋หยุดเขียน เสียงร้องดัง วิ้ง เบาๆ กลับดึงความสนใจของทุกคนในเกี้ยวเยี่ยนเสี่ยวเป่าจึงมองไปที่เยี่ยนอวี๋อย่างไม่สนใจอินหลิวเฟิง เยี่ยนอวี๋วางพู่กันในมือลง ก่อนจะใช้มือป้องปากไอขึ้นเบาๆ“แง!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าร้องไห้เสียงดังทันที เขาเอนลำตัวไปหาท่านแม่ของเขาอินหลิวเฟิงรีบยื่นเจ้าระเบิดน้อยออกไป ก่อนจะถามขึ้นว่า “จื่ออวี๋ เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่”“แค่ก” เยี่ยนอวี๋ไอเป็นเลือดออกมา ทำเอาเยี่ยนจื่อเสาน ้าตาคลอทว่าเยี่ยนอวี๋ทานยาลงไปแล้ว ทุกคนไม่พูดอะไร ต่างมองนางทานยาตาปริบๆ
แม้แต่เยี่ยนเสี่ยวเป่าเองก็บิดลำตัวกลับไปกอดอินหลิวเฟิง มิได้โผเข้าไปในอ้อมอกของมารดาและยังอดกลั้นเสียงร้องเอาไว้ มองท่านแม่ของเขาด้วยน ้าตาคลอเต็มเบ้าจนเมื่อเยี่ยนอวี๋ลืมตาขึ้นอีกครั้ง สิ่งมีชีวิตตัวน้อยจึงเปล่งเสียงร้องไห้ออกมาอีกครั้ง“เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์…” เสียงของเยี่ยนจื่อเสาแหบแห้ง แต่เขาก็มิได้พูดสิ่งใดอีก เขารู้มานานแล้วว่าน้องสาวจะทำอะไรส่วนเยี่ยนอวี๋เอง หลังจากที่นางรับเด็กน้อยที่ร้องไห้ฟูมฟายกลับมาแล้วนั้น นางก็หยิบยันต์ที่มีขนาดใหญ่เท่าหน้าของอินหลิวเฟิงขึ้นมาวิ้ง… อักษรสีทองที่ส่องประกายระยิบระยับแผ่กลิ่นอายที่เพียงพอจะทำให้กู้หยวนหมิงรู้สึกตกตะลึงออกมา!“กลิ่นอายธาตุไฟแข็งแกร่งนัก!” ไก่อ่อนตระกูลชือคนหนึ่งยังรับรู้ได้ว่า ในอักษรเหล่านี้ มีพลังไม่น้อ