วั่วปู้เหลยจึงจำเป็นต้องพูดว่า “ปัญหาตอนนี้ไม่ใช่ถอนหรือไม่ถอนกำลัง แต่เกรงว่าเรามิสามารถคุมค่ายกลได้อีกแล้ว เสียดายเหลืออีกเพียงก้าวเดียวก็จะสำเร็จแล้ว!”“ใครกันแน่ที่ลักพาตัวอวิ๋นถิงไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นนี้!” ปู่เย่าเหลียนไม่เข้าใจเลยจริงๆ หยางถิงอวิ๋นในฐานะที่เป็นถึงตำแหน่งกองกำลังหลัก หยางถิงอวิ๋นผู้ถูกปกป้องมากที่สุดกลับถูกลักพาตัวไปอย่างเงียบเชียบเช่นนี้ได้อย่างไรกันวั่วปู้เหลยเองก็มิอาจเข้าใจ เขารู้เพียงว่า เกราะคุ้มกันสำนักชางอู๋ที่ถูกพวกเขาตีแตกเป็นรูโบ๋นั้น กำลังสมานอีกครั้งบัดนี้…“หรือว่าให้ทหารชั้นผู้น้อยบุกเข้าไปก่อน ไม่ต้องรอให้เกราะคุ้มกันแตกแล้ว บุกเข้าไปได้เท่าไรก็เท่านั้น?” วั่วปู้เหลยเสนอ ไม่เช่นนั้นความพยายามทั้งหมดที่ทุ่มเทจะสูญเปล่า ทว่าเมื่อสิ้นเสียงพูด เสียงชายชราที่ค่อนข้างอ่อนแอเสียงหนึ่งพลันลอยมากลางอากาศ “มิต้องข้าช่วยพวกเจ้าเอง”เสียงนี้มัน…
“ท่านประมุขสูงสุด?” ปู่เย่าเหลียนเงยหน้ามองอย่างตะลึงงัน ก็เห็นสีหน้าย ่าแย่ของหยางเทียนชื่อตามคาด อีกทั้งเขายังอยู่ในตำแหน่งกองกำลังหลักของทหารใต้บังคับบัญชาคุนอู๋การปรากฏตัวของหยางเทียนชื่อ ย่อมสร้างความฮึกเหิมให้กับทหารใต้บังคับบัญชาคุนอู๋ที่กำลังแตกตื่น แม้พวกเขายังคงไม่รู้ว่า ท่านจอมพลกองกำลังหลักแต่เดิมของพวกเขาอยู่ที่ใดก็ตามทว่าหยางเทียนชื่อน่าเกรงขามมากว่าหยางถิงอวิ๋นนัก ถึงแม้ในตอนนี้เขาจะอ่อนแอ แต่พลังของเขา