่นๆ คงคิดว่า นางมิได้เอ่ยปากพูดสิ่งใดผ่านไปครู่หนึ่ง…ศิษย์ตระกูลชือที่ใบหน้ายังคงปูดบวมเล็กน้อยคนนั้นก็ตั้งสติขึ้นได้ พูดว่า “ข้า… ข้าทำได้จริงๆ หรือ ข้า… ข้ามิใช่เชลยหรือ”“เจ้าก็รู้ตัวนี่” อินหลิวเฟิงหมั่นไส้เศษสวะตัวนี้นัก
ทว่าเยี่ยนอวี๋ก็พูดขึ้นอีกครั้งว่า “ข้าพูดอีกครั้ง หากเจ้ารู้เคล็ดลับข้าย่อมถ่ายทอดวิชาอักษรแก่เจ้า”ศิษย์ตระกูลชือก็ไม่พูดสิ่งใดอีก เขาทุ่มความตั้งใจทั้งหมดไปที่เยี่ยนอวี๋ที่กำลังเขียนอักษรอยู่อย่างจดจ่ออินหลิวเฟิงก็พูดขึ้นอย่างไม่พอใจว่า “กูไหน่ไน ข้าก็จะเรียนด้วย!”คำพูดนี้ทำให้เยี่ยนอวี๋ที่ง่วนกับการเขียนอักษรกลอกตาใส่เขา“!!!” อินหลิวเฟิงถูกกลอกตาใส่จนรู้สึกสะเทือนใจนักเยี่ยนเสี่ยวเป่าที่เล่นเจ้าหนูน้อยคนเดียวเงียบๆ นั้นก็ลูบอินหลิวเฟิงเบาๆ ก่อนจะส่งเสียงร้อง “อ้ะเนะเนะ” เพื่อเป็นการปลอบประโลมอินหลิวเฟิง “?”พรวดดด…เยี่ยนจื่อเสาอดพ่นหัวเราะออกมาไม่ได้ ถึงแม้เขาจะเป็นห่วงสถานการณ์ของสำนัก แต่เขาก็อดหัวเราะไม่ได้อยู่ดี ฉากนี้ช่างตลกสิ้นดีกู้หยวนหมิงก็เบือนหน้ากลั้นหัวเราะ…โชคดีที่เอ้อร์เหมายังสลบอยู่ ไม่เช่นนั้นเขาคงขายหน้าแน่…
ณ สำนักชางอู๋ครืน…เม่ยเอ๋อร์ที่โจมตีหยางเทียนชื่อจนเขาร่วงลงบนพื้น ในขณะที่นางกำลังจะทุ่มกำลังลงไปเพื่อฟันมงกุฎของโอวปาซือให้แตกอีกครั้งนางกลับพบว่า ดาบของนางไม่สามารถขยับได้ราวกับจมลงไปในโคลนตม“หึๆ …”หยางเทียนชื่อหัวเราะชั่วร้ายออกมา “นั