ต้าซือมิ่งที่อยู่ห่างจากเมืองชางอู๋ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะดีดแสงสีม่วงออกไปทางทิศตะวันตก เพราะเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันชั่วร้ายในขณะเดียวกัน เยี่ยนอวี๋ก็รับรู้ถึงพลังทั้งสามประเภทจากหมอกควันสีดำที่เล็ดลอดออกมาจากพื้นดิน “หวาไหว หนี่ว์ป๋า[1] อสูรเฟย[2]”“หมายความว่าอย่างไร” อินหลิวเฟิงที่ยืนอยู่ข้างๆ เยี่ยนอวี๋ไม่เข้าใจ ไม่สิ! ควรกล่าวว่าเขาพอจะเข้าใจ แต่ไม่อยากจะเชื่อมากกว่าหมอกควันสีดำที่ฟุ้งกระจายไปทั่ว เสียงพิกลอันน่าสะพรึงที่ดังขึ้นเป็นครั้งคราว กลับทำให้อินหลิวเฟิงจำเป็นต้องทิ้งความหวังไปพูดว่า “เจ้าอย่าบอกนะว่า อสูรสามตนที่เจ้ากล่าวถึงเมื่อครู่นี้ถูกผนึกอยู่ข้างใต้เรา”“มิใช่” เยี่ยนอวี๋ส่ายศีรษะ นางมองไข่ขนาดยักษ์ตรงหน้า ไม่ได้สนใจข้างใต้เท้า สิ่งมีชีวิตตัวน้อยในอ้อมอกของนางก็เช่นกันเยี่ยนจื่อเสาพบเงื่อนงำบางอย่างเข้า ก็ถามขึ้นว่า “หรือว่าถูกผนึกไว้ในไข่ฟองนี้”“หา?” อินหลิวเฟิงตกใจจนรีบหันไปมองไข่ฟองนั้น!เยี่ยนอวี๋พยักหน้าพูดว่า “ใช่แล้ว”
“…อึก” กู้หยวนหมิงกลืนน ้าลายลงไปอย่างยากลำบาก และรีบใช้พลังจิตวิญญาณเตรียมจะอัญเชิญวิญญาณสัตว์ออกมาแล้วแต่เยี่ยนอวี๋กลับห้ามเขา “อย่าตระหนก มันยังออกมามิได้”แคร่ก!เสียงเปลือกไข่แตกดังขึ้น ราวกับกำลังคัดค้านคำพูดของเยี่ยนอวี๋! ทำให้กู้หยวนหมิงที่กำลังคิดจะโล่งอกก็พะวงขึ้นมาในทันที จนเขาเกือบจะเข้าจู่โจมไข่ขนาดยักษ์ฟองนั้นแล้ว!ทว่าเยี่ยนอวี