“หรือว่าเกิดเรื่องแล้ว ข้าไปดูเสียหน่อย” เยี่ยนจื่อเสานั่งไม่ติดกู้หยวนหมิงกลับพูดขึ้นว่า “ไม่ต้อง พวกเขากลับมาแล้ว”เยี่ยนจื่อเสามองไป ก็เห็นอินหลิวเฟิงและลูกน้องที่ดูทุลักทุเลเล็กน้อยเหาะเหินกลับมาอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาไม่นานนักก็มาถึงตรงหน้าเขาทว่าอินหลิวเฟิงที่เพิ่งจะยืนมั่นคงบนพื้นนั้นดูอ่อนแรงมาก “ให้ตาย! จื่ออวี๋เจ้าคือเทพชัดๆ เจ้าหมอนี่พิลึกคนจริงๆ! ข้าเกือบจะถูกมันหลอกเข้าแล้ว!”ตุบ! เอ้อร์เหมาที่ล้มหน้าทิ่มกับพื้น ดวงตาหมุนติ้ว พูดขึ้นว่า “ไอ้เจ้าตัวมากเล่ห์… ข้าน้อยไม่ไหวแล้ว…”ตุบ! เอ้อร์เหมาสลบเหมือดไปทันที เขาไม่ไหวแล้วจริงๆ ทว่ามือของเขายังคงจับศิษย์ตระกูลชือไว้แน่น ฝ่ายหลังดูค่อนข้างสาหัสทีเดียวเพราะถูกอัดจนศีรษะปูดบวม หน้าตาฟกช ้า เสียโฉมโดยสิ้นเชิงเยี่ยนจื่อเสาไม่รู้ว่าควรสงสารใครกันแน่ เขามองไปที่อินหลิวเฟิงรอฟังเขาเล่าอินหลิวเฟิงก็ไม่ปล่อยให้ทุกคนรอนาน เขาเล่าอย่างตรงไปตรงมาว่า “เจ้าหมอนี่พิกลกว่าชือหมิ่นซิงเสียอีก ที่ข้าต่อยจน
เขาลืมตาไม่ได้ก็เพราะสายตาเขามีพิษ! หากถูกเขามองจะอยากไปกับเขาทันที ข้าเกือบจะเสียความบริสุทธิ์เสียแล้ว”พรวดดด กู้หยวนหมิงพ่นข้าวต้มงูออกมา ท่าทีสง่าอ่อนโยนของเขาพังทลายลงในบัดดล สีหน้าก็กระอักกระอ่วนขึ้นมาทันที“โห!” อินหลิวเฟิงกลับส่งเสียงร้องไม่หยุด พูดต่อไปว่า “ชุนซิ่นจวินเจ้าต้องมีท่าทีเกินเลยเช่นนี้ด้วยหรือ หรือว่าเจ้าคิดอะไรกับข้าข้า…”“ห