นนี้ ไม่ใช่คนที่เจ้าในตอนนี้สามารถรับมือด้วยได้ลุกขึ้นเถิด”
“ต้าซือมิ่งจริงๆ ด้วย!!!” อินหลิวเฟิงร้องเสียงหลง ถึงแม้เขาจะรู้แล้ว แต่ยังคงใจฝ่ออยู่ดี!“ใช่เขา” เยี่ยนอวี๋พยักหน้า นางสงบสติอารมณ์ที่ถูกยั่วยุลง ก่อนจะสั่งเม่ยเอ๋อร์ “เจ้าจงกลับสำนัก ให้เร็วที่สุด”“…คุณหนูใหญ่?” เม่ยเอ๋อร์มองเยี่ยนอวี๋อย่างลำบากใจ นางคิดว่าเป็นเพราะตนเองปฏิบัติหน้าที่ไม่ดีจึงถูกส่งตัวกลับไปเยี่ยนอวี๋รู้ความคิดนางดี นางจึงอธิบายว่า “ราชสำนักส่งทหารไปชางอู๋เพื่อจับท่านพ่อของข้าแล้ว เจ้าจงกลับไปปกป้องเขา หากสำนักตัดสินใจปลดเขาออก เจ้าจงพาเขาออกมาทันที แล้วมาหาข้า”เม่ยเอ๋อร์พลันกระจ่าง นางไม่ได้ถูกเนรเทศ แต่ได้รับหน้าที่สำคัญ ดังนั้นนางจึงรับคำบัญชาอย่างไม่รีรอ “เจ้าค่ะ! คุณหนูใหญ่ข้าวต้มงูนั่นท่านคอยดูด้วย อีกประมาณหนึ่งจิบชาก็เสร็จแล้ว”“อืม ไปเถิด” ในขณะที่เยี่ยนอวี๋โบกมือเบาๆ สายตาพลันเหลือบไปมองกู้หยวนหมิงหลังจากที่เม่ยเอ๋อร์จากไปแล้ว เยี่ยนอวี๋ก็ปริปากพูดอีกครั้ง “ชุนซิ่นจวิน หากข้าจำไม่ผิด เจ้ามีพี่สาวท่านหนึ่งเป็นเซ่าซือมิ่งแห่งราชสำนัก”นี่ไม่ใช่ประโยคคำถาม เพราะว่าเยี่ยนอวี๋รู้ว่าเซ่าซือมิ่งทั้งสามท่านในตอนนี้คือผู้ใดบ้าง หนึ่งในนั้นมีสตรีเพียงผู้เดียว ทว่านางไม่
แน่ใจว่าเหนียงเหนียงในวันข้างหน้านั้น คือเซ่าซือมิ่งท่านนี้ หรือว่าอันที่จริงเหนียงเหนียงในวันข้างหน้าท่านนั้น เป็นเพียงหุ่นเชิดกันแน่