เม่ยเอ๋อร์ อินหลิวเฟิง และเยี่ยนจื่อเสา ผู้ซึ่งมองไม่เห็นต้าซือมิ่งราชสำนัก เห็นเพียงสิ่งมีชีวิตตัวน้อยหายวับไปก็แตกตื่นขึ้นมาทันที“เสี่ยวเป่า!”“ท่านประมุขน้อย!”“คุณชายน้อย!” เม่ยเอ๋อร์ร้อนรนจนกลายร่างเป็นเงาสีดำมืดแทรกเข้าไปในอากาศตามกลิ่นอายของสิ่งมีชีวิตตัวน้อย แต่น่าเสียดายที่นางถูกดีดกลับมาที่เดิม นางไม่สามารถแทรกเข้าไปได้เลย“เกิดอะไรขึ้นกันแน่” เยี่ยนจื่อเสาตื่นตระหนกจนเผยมือคล้ายกรงเล็บสัตว์ออกมา พยายามควานหาเสี่ยวเป่ากลางอากาศกลับมาแต่เขาก็ไม่สามารถทำได้“ใจเย็น ใจเย็นๆ ก่อน!” อินหลิวเฟิงกลับเป็นคนที่มีสติที่สุดในนั้น“อย่างน้อยเราก็ยังมีชีวิตอยู่ ดังนั้นท่านประมุขน้อยจะต้องไม่เป็นอะไรไม่แน่ว่าเขาอาจจะแค่ไปหาท่านแม่ของเขา”เยี่ยนจื่อเสากลับพูดอย่างมั่นใจว่า “แต่ข้ารู้สึกได้ว่า กลิ่นอายแปลกประหลาดที่โชยออกมานั้น แม้จะจางมากก็ตาม แต่นั่นไม่ใช่กลิ่นของเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์แน่นอน!”“เจ้าสัมผัสได้แล้วหรือ” อินหลิวเฟิงประหลาดใจเล็กน้อย ทว่าเมื่อเขานึกขึ้นได้ว่าเยี่ยนจื่อเสาเป็นถึงคนที่สามารถสะท้อนวิญญาณ
สัตว์ร้ายในตำนานได้แล้ว จิตสัมผัสของอีกฝ่ายก็น่าจะอยู่เหนือกว่าเขาเยี่ยนจื่อเสาเน้นย ้าอย่างแน่วแน่อีกครั้ง “ใช่แล้ว นั่นไม่ใช่กลิ่นอายของเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์แน่นอน มิหนำซ ้า หากเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์มั่นใจ นางคงไม่ฝากเสี่ยวเป่าไว้ให้พวกเรา”“สมควรตาย!” เม่ยเอ๋อร์ฟังจบ ก็ปล่อยหมัดออกไปกลางอากาศอย่างห