ต้องหักห้ามใจ พูดขึ้นว่า“ตอนนี้สกปรก รอให้สะอาดก่อนแล้วค่อยอุ้มเสี่ยวเป่านะ”“อ้ะ!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าดึงมือกลับด้วยความกระจ่างในทันที แล้วกลับไปกอดท่านแม่ที่สะอาดสะอ้าน เนื้อตัวหอมกรุ่นแทนและมองไปที่เม่ยเอ๋อร์ที่กำลังทำกับข้าวอย่างตั้งตารอ
เยี่ยนอวี๋เงียบจวบจนถึงตอนนี้ ก่อนจะยื่นมือไปจับมือของเยี่ยนจื่อเสาที่อยู่ใต้เสื้อคลุม นางรู้ว่าพี่ชายคนนี้กำลังกังวลเรื่องอะไรนางก็รู้ว่า ความกังวลของเขาเกิดขึ้นจริงๆ เมื่อชาติที่แล้ว ในครานั้นราชสำนักส่งทหารมาสำนักชางอู๋ก็เพื่อกำจัดมนุษย์วานรที่เหลืออยู่ให้หมดสิ้นและในชาตินี้ แม้เหตุการณ์จะไม่เหมือนกัน แต่ทหารของราชสำนักก็มาแล้ว ตามหลักการเดินทางของกองทัพทหารแล้ว พวกเขาน่าจะใกล้ถึงจวนเต๋อหยางแล้วเมื่อเยี่ยนจื่อเสาถูกจับมือ เขาก็ทำท่าจะผละออกตามสัญชาติญาณ “เสี่ยว…”เยี่ยนอวี๋กลับชิงปล่อยมือก่อน นางอุ้มเด็กน้อยเดินไปทางเม่ยเอ๋อร์ เด็กน้อยในอ้อมอกของนางก็ส่งเสียงร้อง “อ้ะเนะเนะ” อย่างดีอกดีใจ“…” เยี่ยนจื่อเสาลอบถอนหายใจโล่งอกกู้หยวนหมิงย่อมเห็นปฏิสัมพันธ์อัน “แข็งทื่อ” ของพี่น้องสองคนนี้ ทว่าเขาไม่ได้พูดอะไร เทียบกับเยี่ยนจื่อเสาที่สวมชุดคลุมปิดบังตนเองนั้น เขารู้สึกสนใจในพลังการจู่โจมเมื่อครู่ของเยี่ยนอวี๋มากกว่านั่นคือการสังหารไร้ร่องรอยของจริง!
อีกทั้งเขายังจับกลิ่นอายอันคลุมเครือที่ก่อนหน้านี้สังหารชือหมิ่นซิงทั้งขบวนการได้!ดังนั้น…กู้หยวนหมิงที่