่วร้ายนัก พวกมันต้องใช้ทุ่งพลังของผู้ฝึกฌานคนใดคนหนึ่งในการหลอมยา! มันจึงกลายเป็นยาต้องห้าม ดังนั้นวิชาปรปักษ์สวรรค์และวิชาทะลวงสวรรค์ที่ต่อยอดมาจึงกลายเป็นวิชาต้องห้ามไปด้วย“ดูท่า เหนียงเหนียงในวันข้างหน้าท่านนี้คงสามารถใช้วิชาต้องห้ามอันปราดเปรื่องเช่นนี้ได้ไม่น้อย” เมื่อเยี่ยนอวี๋ได้ข้อสรุปดังนั้น นางก็ปล่อยแสงสีดำผนึกวิชาสกัดในร่างกายไว้ถึงแม้ความลึกซึ้งของวิชาสกัดที่อยู่ในร่างนางจะชวนให้เยี่ยนอวี๋ฉงนสงสัย แต่นางก็ไม่วอกแวกถลำลึกเพื่อศึกษา นางบำเพ็ญฝึกฝนร่างกายของนางต่อไปแต่แล้วร่างกายเยี่ยนอวี๋ที่เคยถูกตราหน้าว่าอ่อนแอนั้น หลังจากที่ถูกการโจมตีถึงสามครั้งของกระบี่ไท่ชางจึงเพิ่งปรากฏเหตุการณ์ทุ่งพลังแหลกสลาย
ถึงแม้ว่าการโจมตีทั้งสามครั้งของกระบี่ไท่ชางจะใช้เพียงพลังที่เพิ่มขึ้นทีละเท่าตัว แต่นี่ก็เพียงพอที่จะทำให้เยี่ยนอวี๋ดีใจปนประหลาดใจได้แล้ว ความคืบหน้าเช่นนี้ อย่างมากที่สุดภายในสามวัน นางจะสามารถทำให้ร่างกายของตนทนทานต่อการใช้พลังที่ตรงกับพลังจิตวิญญาณของนางได้…สองวันผ่านไป เยี่ยนจื่อเสาและคนอื่นๆ อีกสามคนเข้ามาในเรือนในที่สุดเขาก็รวมตัวกับอินหลิวเฟิง กู้หยวนหมิงแล้ว แต่เสียงของเขาหดหู่มาก “เสี่ยว… ยังไม่มีคนออกมาหรือ”“ไม่มี” อินหลิวเฟิงรู้สึกว่าในปากของเขาไม่เพียงเป็นแผลร้อนเขายังรู้สึกเสี้ยนอยากทานเนื้อมาก ถามขึ้นว่า “พวกเจ้ามีของกินอย่างอื่นหรือไม่ ข้าไม่อยากแทะอาหารแห้