งอีกแล้ว”เยี่ยนจื่อเสาไม่สนใจคำพูดของอินหลิวเฟิง อินหลิวเฟิงได้แต่มองเม่ยเอ๋อร์ตาปริบ เขารู้ว่าเม่ยเอ๋อร์ยังมีข้าวต้มของท่านประมุขน้อยอยู่เม่ยเอ๋อร์ไม่ได้มองอินหลิวเฟิง นางกำลังมองไปที่บ้านหลังโทรมตรงหน้าอย่างเป็นกังวล เนื่องจากช่วงระยะเวลานี้ นางรู้สึกได้ว่าพลังชีวิตของนายหญิงไม่ค่อยเสถียรเอาเสียเลยและด้วยสีหน้าเช่นนี้ของเม่ยเอ๋อร์จึงทำให้อินหลิวเฟิงเบนความสนใจทันที “เม่ยเอ๋อร์ คุณหนูใหญ่ของเจ้าเกิดเรื่องแล้วหรือ”“อืม” เม่ยเอ๋อร์พยักหน้าอย่างมั่นใจ
เยี่ยนจื่อเสาอยู่นิ่งๆ ไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว แต่สองสามวันนี้ พวกเขาหาทางเข้าทางอื่นทั้งหมดแล้ว แต่ก็ไม่พบเส้นทางอื่นที่สามารถเข้าไปบ้านหลังนี้ได้เลยเอ้อร์เหมาองครักษ์นายหนึ่งเกาศีรษะ ก่อนจะพูดว่า “ทำอย่างไรดีขอรับ เราไม่มีทางเข้าไปได้เลย”… ทุกคนเงียบผ่านไปครู่หนึ่ง เม่ยเอ๋อร์ก็พูดขึ้นว่า “มีศิษย์ลัทธิเซิ่งเหลียนเข้าไปในหุบเขาอีกแล้ว”“หา?” เอ้อร์เหมาชะงัก ก่อนจะพูดเมื่อตั้งสติได้ว่า “คนสารเลวกลุ่มนั้นอีกแล้วหรือขอรับ จะว่าไปแล้ว ห้าคนก่อนหน้านี้ล่ะ”“อยู่นั่น” อินหลิวเฟิงชี้ที่ที่ไกลออกไปเยี่ยนจื่อเสาจึงเห็นศพที่ยังมีสภาพสมบูรณ์อยู่สามศพ สามคนนี้ก่อนตายเป็นอย่างไร บัดนี้ก็ยังเป็นเช่นนั้น ไม่ส่งกลิ่นเหม็นหรือเน่าเปื่อยเลยอินหลิวเฟิงที่เพิ่งสังเกตสามศพนี้อีกครั้งก็รู้สึกประหลาดใจ พูดขึ้นว่า “พวกเจ้าดูสิ สภาพพวกเขาสดใหม่เกินไปหรือไม่”“น่าแปลกตร