งไหน ที่นี่คือตำหนักไท่ชาง สามารถทำให้ศพไม่เน่าเปื่อยเป็นหมื่นปีก็ไม่แปลก” กู้หยวนหมิงไม่รู้สึกประหลาดแต่อย่างใด
อินหลิวเฟิงกลับค้านขึ้นว่า “แต่ทุกสิ่งในเรือนนี้ กลับปรากฏเพียงความเน่าเฟะและเสื่อมสลายนี่”นี่จึงทำให้อินหลิวเฟิงเข้าไปใกล้ร่างของชือหมิ่นซิงตามสัญชาติญาณ เขาเตรียมจะคุกเข่าลงเพื่อสำรวจ แต่ครั้นเขาเพิ่งจะคุกเข่าลงก็รู้สึกถึงภัยอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามากริ๊งๆ ๆ … เสียงกระดิ่งสั่นดังขึ้นอย่างเป็นจังหวะ ในขณะที่อินหลิวเฟิงคุกเข่าลงไปนั้นก็มีเสียงดังขึ้นจากทางเข้าสวนดอกไม้แห่งนี้จากนั้น ศิษย์ลัทธิเซิ่งเหลียนหนึ่ง สอง สาม สี่ ห้าคน ขบวนหนึ่งก็เดินเข้าไปในสวนดอกไม้ และมองไปที่อินหลิวเฟิงเป็นคนแรกในขณะเดียวกัน แสงรำไรที่อยู่บนศพของชือหมิ่นซิงก็เคลื่อนไหวเล็กน้อย ทันใดนั้นเองก็พุ่งเข้าใส่อินหลิวเฟิง แต่เขาสะบัดพัดบังไว้ได้ทันท่วงทีทว่าถึงแม้อินหลิวเฟิงจะขวางการจู่โจมครั้งนี้ได้ แต่เขากลับรู้สึกลำบากใจเล็กน้อย เพราะว่าเขาพบว่า ศิษย์ลัทธิเซิ่งเหลียนที่เข้ามานั้น มีสามคนที่สวมชุดศิษย์สาวกสีแดงปักคำว่า ชือโยว!หรือก็คือ ทั้งสามคนนี้เป็นลูกศิษย์สายตรงของตระกูลชือ! พวกเขามาล้างแค้นให้ชือหมิ่นซิง ในเมื่อหลักคำสอนของลัทธิเซิ่งเหลียนคือ ตาต่อตา ฟันต่อฟัน
“เหอๆ …” อินหลิวเฟิงผู้เข้าใจคำสอนของลัทธิเซิ่งเหลียนอย่างถ่องแท้พลันรู้สึกอยากร้องไห้ “สหายลัทธิเซิ่งเหลียนทั้งสามท่าน ข้าขอบอกก่อนว