่างไรก็ต้องจับเขา ไม่เช่นนั้นเขาจะหนีไปอีก!เมื่อเยี่ยนอวี๋เห็นว่าเจ้าตัวน้อยไม่เสียใจแล้ว นางก็ยิ่งมั่นใจว่า ต้าซือมิ่งคนนั้นเคยรังแกเสี่ยวเป่าของนางจริงๆ นางอดก้มจูบศีรษะเจ้าตัวน้อยเบาๆ อย่างเห็นใจไม่ได้ “โอ๋ๆ เสี่ยวเป่า แม่ไม่ปล่อยเขาไปแน่นอน”“อ้ะเนะเนะ!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าพยักหน้าดีใจ ใช่ๆๆ ! จับแล้วห้ามปล่อย!หลังจากแม่ลูกสนทนาจบอย่าง ‘ไร้อุปสรรค’ แล้ว พวกเขาไม่รู้เลยว่า ต้าซือมิ่งคนหนึ่ง(แอบ)ได้ยินบทสนทนาของพวกเขาหมดแล้ว“ไม่ปล่อยข้าเช่นนั้นรึ” เสียงดุจเสียงพิณดังออกมาจากริมฝีปากบางๆ ของต้าซือมิ่งราชสำนัก นัยน์ตาปรากฏแววสนใจ ก่อนที่เขาจะหายวับเหนือม่านป้องกันอย่างไร้ร่องรอย แต่ก็ราวกับหายเข้าไปในม่านป้องกันอย่างไรอย่างนั้น…
หลังจากเยี่ยนอวี๋ปลอบเจ้าตัวน้อยแล้ว นางก็นึกถึงอินหลิวเฟิงเจ้าคนโชคร้ายนั่น รู้ว่าในครานั้นนกนางแอ่นตัวน้อยตัวนี้มิได้พูดโกหก แต่เสี่ยวเป่าชี้หน้าเขาร้องไห้ฟูมฟาย ก็ไม่แปลกที่เขาจะถูกปรักปรำ“อ้ะเนะเนะ!” เมื่อเสี่ยวเป่าสุดน่ารักที่อยู่ในอ้อมอกของเยี่ยนอวี๋ได้สมปรารถนาแล้ว เขาก็ส่งเสียงร้องไร้เดียงสาไม่ขาดสาย ราวกับอยากจะแบ่งปันเรื่องราวมากมายกับท่านแม่ของเขาเยี่ยนอวี๋ลูบเจ้าตัวน้อยที่กำลังร่าเริงเบาๆ จากนั้นก็หอมหน้าผากน้อยๆ ของเขา พูดขึ้นว่า “เสี่ยวเป่านอนต่ออีกสักเล็กน้อยนะ แม่ต้องฝึกฌานต่อ”อันที่จริงตามแผนเดิมแล้ว เยี่ยนอวี๋ไม่ได้คิดจะฝึกต่อแล้วข้อแรก เพราะน