เขารู้สึกว่าพ่อพ่อรูปงามอยู่ใกล้เขา?“อ้ะเนะเนะ!?” เยี่ยนเสี่ยวเป่าคว้าจับไปทุกทิศทุกทาง แต่แน่นอนว่าเขาจับไม่ได้อะไร แต่เขาไม่อยากยอมแพ้และคว้าต่อไป! จับ! จับ!ต้าซือมิ่งแห่งราชสำนักลืมตาทั้งคู่ ดวงตาเหมือนมีดวงดาวกระจายฉายแวบไปอย่างรวดเร็วราวสายน ้าไหล จิตเหนือสำนึกที่เขาปลดปล่อยไปในห้องนั้นก็ถูกอำพรางไว้เช่นกันจากนั้นเขาก็พบว่าความคึกคักของเจ้าก้อนนั่นลดลงไม่น้อย แต่ก็ยังคึกคักอยู่ เห็นได้ชัดว่าเขาสามารถสังเกตเห็นเขาได้ แต่เพราะเขา ‘อำพราง’ ไว้ จึงอ่อนลงไปบ้างสถานการณ์เช่นนี้ทำให้ริมฝีปากของต้าซือมิ่งแห่งราชสำนักยกขึ้นเบาๆ และคิ้วก็เลิกขึ้นเล็กน้อยในเวลาเดียวกัน…“เสี่ยวเป่า” เมื่อรู้สึกว่าลูกกระสับกระส่ายมาก เยี่ยนอวี๋จึงเบนความสนใจออกระหว่างฝึกฝน เอื้อมมือไปลูบเจ้าตัวเล็กที่อยู่บนเตียง
“อ๊า!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าจับมือมารดาของตนอย่างตื่นเต้น แล้วเล่าเรื่องว่า “อ้ะเนะเนะ! อ้ะเนะเนะ!…” ‘ท่านพ่ออยู่นี่แล้ว! ท่านพ่อรูปงามของข้ามาแล้ว! ท่านแม่รีบช่วยข้าจับท่านพ่อรูปงามเร็วๆ!’เยี่ยนอวี๋กลับไม่รู้ว่าลูกกำลังพูดถึงอะไร นางยังคงลูบศีรษะโล้นเกลี้ยงน้อยๆ ของลูก พลางเกลี้ยกล่อมอย่างอ่อนแรง “อย่าออกมาจากเตียง ตัวเปรอะเปื้อนแล้วจะไม่หล่อนะ”“อ้า!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าจึงชักขากลับ ขาเล็กๆ อันอ้วนป้อมที่พาดอยู่บนโครงเตียงแล้ว จ้องไปที่มารดาตาโต พูดว่า “อ้ะเนะเนะ” เป็นความหมายว่า ‘ท่านแม่อุ้มข้า’“แม่ยังไ