งเดินเข้ามาและพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นสิ่งที่ข้าอยากทำก็ง่ายมาก คือให้พวกเจ้าทุกคนถอยออกจากที่นี่ซะ”หึๆๆ อินหลิวเฟิง ‘สะบัด’ พัดพับในมือให้กางออก ขณะที่โบกพัดไปมาก็พูดด้วยรอยยิ้ม “สหาย คำขอของเจ้าออกจะมากเกินไปหน่อยแล้ว ข้ากับชุนซิ่นจวินจะไม่ไปจากที่นี่เด็ดขาด”“อย่ามั่นใจนักเลย อย่าลืมนึกถึงเพื่อนของเจ้าทั้งสาม แล้วก็ชุนซิ่นจวินศิษย์ร่วมสำนักของท่านด้วย” ชือหมิ่นซิงกำลังยิ้มเช่นกัน เมื่อประกอบกับผิวที่ค่อนข้างเข้มของเขา ยามที่เขายิ้มก็จะเผยให้เห็นฟันขาวเป็นประกายอินหลิวเฟิงกล่าวอย่างรู้สึกขัดตา “ถึงแม้ฟันของเจ้าจะขาว แต่ก็ไม่มีอะไรน่าอวด ข้าไม่สนใจองครักษ์สองคนที่หายไปแม้แต่น้อยหากเจ้าต้องการก็ฆ่าให้ตายเลย”“หึๆ โหดร้ายจริงๆ” ชือหมิ่นซิงไม่สนใจ และมองไปที่กู้หยวนหมิงแล้วถามว่า “ชุนซิ่นจวินก็คิดเหมือนกันหรือ”
“ในเมื่ออยากครอบครองสมบัติของใต้หล้า… ทุกอย่างล้วนต้องอาศัยความสามารถ! หากท่านมีความสามารถก็ไปตามหาด้วยตัวเองแต่ถ้าจะให้ข้ากับซวงเสวียนจวินจากไปก็แสดงว่าท่านไร้ความสามารถ!” กู้หยวนหมิงกล่าวอย่างชัดเจนเปาะ เเปะ ชือหมิ่นซิงปรบมืออย่างพิลึกกึกกือ “กล่าวได้ดีจริงๆเช่นนั้นข้าน้อยไม่เกรงใจแล้ว”“เชิญ” อินหลิวเฟิงเบี่ยงตัวออกด้านข้างและหลีกทางให้ชือหมิ่นซิงทันทีแม้ว่ากู้หยวนหมิงจะพิศวงยิ่งนัก แต่เขาก็ยังทำแบบเดียวกันกับอินหลิวเฟิง อยากดูท่าทีของคนในลัทธิเซิ่งเหลียนว่าจะทำอย่างไรชือหมิ่นซิงเ