และในขณะที่เยี่ยนอวี๋กำลังปลอบโยนลูก พลางฝึกฝนไปด้วยอยู่นั้น เยี่ยนจื่อเสาที่อยู่ข้างนอกก็เดินวนไปมาอย่างกระวนกระวายใจ“เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์?”“นางบอกว่าไม่เป็นไรไม่ใช่หรือ” อินหลิวเฟิงไม่เข้าใจ หมายจะเข้าไปตบไหล่เยี่ยนจื่อเสา แต่เมื่อพิจารณาว่าเยี่ยนจื่อเสารับมือยากเขาจึงยอมแพ้“บางทีเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์อาจโกหกเราก็ได้? ถ้าไม่เป็นไร ทำไมนางถึงยังไม่ออกมาล่ะ” เยี่ยนจื่อเสาไม่เห็นด้วยตาตัวเองว่าน้องสาวไม่เป็นไรย่อมไม่วางใจเป็นธรรมดา“พวกเราลองไปหาที่อื่นดู ลองดูว่าสามารถเข้าไปได้หรือไม่” เม่ยเอ๋อร์ค่อนข้างเป็นกังวล เพราะนางไม่สามารถสัมผัสได้ว่าภายในนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง เมื่อนางปลดปล่อยจิตเหนือสำนึกออกไปก็เหมือนโยนหินลงทะเลลึก ที่ไม่ทำให้เกิดคลื่นแม้แต่น้อย“เป็นความคิดที่ดี” อินหลิวเฟิงเห็นด้วยกับความคิดของเม่ยเอ๋อร์“แต่จะหาได้อย่างไร เจ้ามีเบาะแสหรือ”“ข้ามีขอรับ!” เอ้อร์เหมาออกความเห็น!“เจ้า?” อินหลิวเฟิงมององครักษ์ของตัวเองอย่างคลางแคลงใจ
เอ้อร์เหมาพูดด้วยความมั่นใจว่าเป็นความคิดที่เข้าท่า “ก่อนที่เราจะมาถึงที่นี่มีทางแยกหลายเส้นทางไม่ใช่หรือ พวกเราก็กลับไปเดินหาตามเส้นทางอื่น ก็จะหาวิธีอื่นที่สามารถเข้าไปได้แล้วไม่ใช่หรือขอรับ”อินหลิวเฟิงไม่สามารถโต้แย้งได้ เพราะเป็นเช่นนั้นจริงๆ ดังนั้นเขาจึงจำใจต้องเห็นชอบอย่างไม่เต็มใจ “เอาเช่นนี้ เอ้อร์เหมากับเม่ยเอ๋อร์ไปสำรวจทาง ข้ากับจื