เมื่ออินหลิวเฟิงและคนอื่นๆ รู้ตัว! และเตรียมพร้อมระมัดระวังหลังจากที่เห็นท่าทีของเยี่ยนอวี๋ แต่พวกเขาไม่สังเกตเห็นความผิดปกติใดๆ“เกิดอะไรขึ้น” อินหลิวเฟิงถามโดยสัญชาตญาณเม่ยเอ๋อร์ก็งงงัน แบ่งความสนใจส่วนหนึ่งมองไปที่เยี่ยนอวี๋ เพราะนางสัมผัสถึงอะไรไม่ได้เลย รวมทั้งเยี่ยนเสี่ยวเป่า เขาเองก็ทำตาโตจ้องมองท่านแม่คนงามด้วยเยี่ยนอวี๋ถามด้วยความประหลาดใจ “พวกเจ้าไม่ได้ยินหรือ”“ไม่ได้ยิน” ทุกคนส่ายศีรษะพร้อมกัน เยี่ยนเสี่ยวเป่าก็ส่ายศีรษะเช่นกันเยี่ยนอวี๋ขมวดคิ้วน้อยๆ และไม่นึกสงสัยว่านางจะหูฝาดไปเอง แต่สิ่งที่แน่นอนคือมีเพียงนางเท่านั้นที่ได้ยินเสียงเหมือนมีอะไรบางอย่างบินฉวัดเฉวียน“คุณหนูใหญ่ ท่านได้ยินอะไรหรือเจ้าคะ” เม่ยเอ๋อร์ถามพร้อมกับตั้งใจฟังมากกว่าเดิมเยี่ยนอวี๋ส่ายศีรษะ “ไปกันก่อน ค่อยดูอีกที”
“เอาอย่างนี้ ข้าจะเดินนำไปไกลกว่านี้หน่อย เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์เจ้าอย่าตามกราชั้นชิดเกินไปนัก” เยี่ยนจื่อเสาบงการอย่างระมัดระวังหวังว่าหากมีสิ่งใดเกิดขึ้นก็พอมีเวลาหาทางหนีได้ครั้นแล้วทั้งกลุ่มจึงระมัดระวังอย่างมาก หลังจากเดินต่อไปอีกหนึ่งเค่อ ทางข้างหน้าพวกเขาก็เปิดออก! ลานป่าโล่งกว้างปรากฏขึ้นในคลองจักษุของทุกคน“นี่มัน…”อินหลิวเฟิงมองไปรอบๆ ด้วยความประหลาดใจ ดูออกว่าที่นี่เคยเป็นอุทยานที่ได้รับการออกแบบมาอย่างมีเอกลักษณ์โดดเด่นรูปแบบอลังการ เพียงแต่พืชพรรณที่อยู่ในนี้ล้วนเหี่ยวเฉาไปหมดเหลือไว้