งมองไม่เห็นหัวผู้อื่น เฉิงหมิงก็เดือดดาลขึ้นอีกครั้ง แต่กลับถูกคนข้างกายของเขาเข้ามาขวาง ไม่กล้าปล่อยให้เขาโมโหอีกตอนนี้คนของสำนักคุนอู๋ รวมเฉิงหมิงแล้วเหลือเพียงแค่สี่คนพวกเขาไม่อาจสูญเสียไปมากกว่านี้ได้แล้วเฉิงหมิงก็รู้ความจริงข้อนี้เช่นกัน ดังนั้นที่สุดแล้วเขาจึงทำได้เพียงสะกดกลั้นอารมณ์! แล้วพาคนไปตรวจสอบสถานการณ์ในพื้นที่นี้ด้วยตัวเองเมื่อนั้นกู้หยวนหมิงจึงเดินไปถามอินหลิวเฟิงและคนอื่นๆ “ซวงเสวียนจวิน เจ้าเคยเข้าไปในวิมานเทวาสถิตแห่งนี้หรือไม่”“ยังไม่เคย” อินหลิวเฟิงตอบตามตรง “ในขบวนของพวกเรามีเด็กหิว จึงต้องปักหลักพักเสียก่อน ถ้าพวกเจ้ารีบก็เข้าไปก่อนเลย”“ไม่รีบร้อนหรอก” กู้หยวนหมิงถือโอกาสนั่งลง มองเยี่ยนอวี๋ที่กำลังป้อนข้าวลูก จากนั้นจึงสนทนากับอินหลิวเฟิงต่อ “ฉะนั้นมังกรทอแสงตัวนั้นเข้าไปในถ ้าแห่งนี้หรือ”
“ข้าเองก็ไม่แน่ใจนัก แต่เรากำลังไล่ล่ามังกรทอแสงน่ะถูกต้องแล้ว” อินหลิวเฟิงพูดความจริง แต่เขาเองก็เดาว่ามังกรทอแสงได้เข้าไปแล้ว แต่สาเหตุที่คุณหนูใหญ่เยี่ยนยังไม่เข้าไป น่าจะไม่ใช่แค่เพราะลูกหิวข้าวเท่านั้น“อย่างนั้นหรือ…” กู้หยวนหมิงก็เดาว่ามังกรทอแสงเข้าไปแล้ว แต่เขาไม่อาจแน่ใจได้ เหตุใดกลุ่มของอินหลิวเฟิงที่มาถึงก่อนกลับไม่เข้าไปก่อนตามหลักแล้ว เมื่อมีสมบัติล ้าค่าวางอยู่ตรงหน้าเช่นนี้ ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถสงบสติอารมณ์ได้ เว้นแต่จะมีภัยคุกคามร้ายแรง! ดังนั้นเขาคิดว่าคว