เขาทันที ใช้เวลาเพียงครู่เดียวเท่านั้น! เหล่าลูกศิษย์ของสำนักเหยาไถเซียนที่กระจัดกระจายก็ทยอยกลับมารวมตัวกัน โดยไม่ขาดหายไปแม้แต่คนเดียวในเวลาเดียวกัน เยี่ยนอวี๋ได้เข้าไปในวิมานเทวาสถิตแล้วอินหลิวเฟิงและคนอื่นๆ ตามไปทันที
ลูกศิษย์ของสำนักเหยาไถเซียนต่างก็มองไปที่กู้หยวนหมิงเป็นตาเดียว “ชุนซิ่นจวิน?”กู้หยวนหมิงเพ่งพินิจแผ่นหลังของกลุ่มคนที่อยู่ข้างหน้า แล้วจึงออกคำสั่ง “เฉินเสวี่ย เฉินจี๋เจ้าสองพี่น้องคอยอยู่ที่นี่ อีกกลุ่มหนึ่งตามหาเหยาหลินต่อ ส่วนอีกกลุ่ม…หากพวกข้าไม่ออกมา พวกเจ้าจงรีบกลับรายงานที่สำนักซะ แล้วพึงจำไว้ว่าอย่าเข้าไปในวิมานเทวาสถิตโดยพละการเด็ดขาด!”“เจ้าค่ะ!” เฉินเสวี่ยและเฉินจี๋ที่ได้รับคำสั่งเป็นลูกศิษย์สายตรงของสำนักเหยาไถเซียน พวกนางเข้าใจเหตุผลที่กู้หยวนหมิงต้องจัดการเช่นนี้กู้หยวนหมิงจึงพาคนของสำนักเหยาไถเซียนสามสิบถึงสี่สิบคนเข้าไปในวิมานเทวาสถิตด้วยกัน…“อ้ะเนะเนะ!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่ถูกอุ้มอยู่ด้านหน้าสุด สนใจความมืดมิดบริเวณรอบๆ เป็นอย่างมาก บางครั้งก็ยื่นมือออกมา ‘สัมผัส’รอบๆนั่นเป็นเหตุให้อินหลิวเฟิงที่ตั้งใจจะจุดตะบันไฟให้สว่าง จำต้องเก็บตะบันไฟสอดไว้ในอกเงียบๆ บรรพบุรุษตัวน้อยชอบความมืดมากดังนั้นเขาไม่จุด ‘ไฟ’ จะดีกว่า
ขณะที่เยี่ยนอวี๋กำลังลูบศีรษะอันเงาวับของลูกอยู่นั้น นางได้ปลดปล่อยประสาทสัมผัสออกไป สัมผัสได้ถึงตำหนักไท่ชางที่ตายไปแล้ว จิตเหนือสำนึกข