เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่ถูกความครึกครื้นด้านนอกดึงความสนใจจนนั่งไม่ติด คิดจะเลิกผ้าขึ้นอย่างอดมิได้ เม่ยเอ๋อร์รีบหยิบผ้าคลุมสีดำมาผืนหนึ่งแล้วคลุมเยี่ยนจื่อเสาเอาไว้ หลังจากนั้นถึงไปช่วยเจ้าตัวน้อยเลิกม่านรถขึ้นความสนใจเกือบทั้งหมดของกู้หยวนหมิงล้วนอยู่บนรถม้า จึงมองเห็นเยี่ยนอวี๋ รวมถึงบุตรชายตัวน้อยในอ้อมแขนของนางได้ในแวบแรกทันทีลูกศิษย์หญิงของสำนักเหยาไถเซียนที่หันกลับมาคนนั้น เพิ่งจะเห็นเยี่ยนอวี๋ แววตาของนางปรากฏความริษยาขึ้นอย่างอดมิได้เพราะในที่สุดนางก็ได้รู้ว่าชุนซิ่นจวินของพวกนางใจลอยเพราะใคร!“ท่านนี้คือ….” กู้หยวนหมิงหันไปทางเยี่ยนอวี๋ แม้ว่าคนที่เขาถามคืออินหลิวเฟิง แต่ในสายตาเขาไม่มีอินหลิวเฟิงอยู่แล้ว“อะแฮ่ม” อินหลิวเฟิงกำลังคิดอยู่ว่าจะแนะนำอย่างไรดีเยี่ยนอวี๋ก็เอ่ยขึ้นเองว่า “เยี่ยนจื่ออวี๋แห่งสำนักชางอู๋”“สำนักชางอู๋?” กู้หยวนหมิงชะงักค้าง เพราะเขารับรู้ได้อย่างเลือนรางว่า น้องเจ็ดของเขากับคุณหนูใหญ่เยี่ยนมีความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจนต่อกัน และเคยได้ยินมาว่าแม้คุณหนูใหญ่เยี่ยนจะเป็นเศษขยะไร้ค่า แต่กลับเป็นบุคคลที่มีรูปโฉมงดงามอย่างหาตัวจับได้ยากผู้หนึ่ง ดังนั้น…
กู้หยวนหมิงอดมิได้ที่จะเอ่ยถามตามจิตใต้สำนึกว่า “บิดาของท่านคือ?”“เยี่ยนชิง” เยี่ยนอวี๋ตอบเสียงเรียบ มือข้างหนึ่งก็ลูบบุตรชายที่ขยุกขยิกไปมาในอ้อมแขน คิดดูแล้วเจ้าตัวน้อยชื่นชอบความครึกครื้นอย่างที่คิดเอาไว้เลย แต่ว