ในชั่วพริบตานั้น ห้วงความคิดของเยี่ยนอวี๋ก็ปรากฏภาพเหตุการณ์เล็กๆ น้อยๆ มากมายขึ้นมาฉับพลันจนทำให้นางต้องขมวดคิ้วงามเล็กน้อย เพราะนี่เป็นครั้งที่สองที่นางมีความรู้สึก‘รุนแรง’ เช่นนี้ครั้งแรกเกิดขึ้นตอนที่ ‘แรกพบ’ กับกู้หยวนเหิง ในครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะเกี่ยวข้องกับกู้หยวนเหิงเช่นกัน? ตระกูลของกู้หยวนเหิงคือผู้มีอิทธิพลแห่งสำนักเหยาไถเซียนดังนั้นชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้านี้ น่าจะเป็นชุนซิ่นจวิน แต่เยี่ยนอวี๋มั่นใจมากว่าแม่นางเยี่ยนจื่ออวี๋ไม่เคยพบกับชุนซิ่นจวินมาก่อน“อ้ะเนะ?” เยี่ยนอวี๋ที่ตกอยู่ในห้วงความคิด ถูกมือนุ่มนิ่มของเจ้าตัวน้อยที่ลูบลงบนใบหน้านางดึงสติกลับมาครานี้เยี่ยนเสี่ยวเป่ากำลังกะพริบดวงตากลมโตดำวาวดุจหินอัคนีและมองมาทางท่านแม่คนงามของเขาอย่างเป็นห่วง ทั้งยังเอ่ยแสดงความเห็นใจว่า “อ้ะเนะ?”เยี่ยนอวี๋ยิ้มออกมาอย่างอดมิได้ แววตรึกตรองกลางหว่างคิ้วหายไปในชั่วพริบตา ภายในตาเหลือเพียงแค่บุตรชายตรงหน้าเท่านั้น “แม่ไม่เป็นอะไร”“อ้ะเนะ” เยี่ยนเสี่ยวเป่าโผเข้ากอดใบหน้าของมารดาตนเอง
รอยยิ้มบนใบหน้าของเยี่ยนอวี๋นุ่มนวลมากยิ่งขึ้น มองไปทางกู้หยวนหมิงที่ตะลึงมองนางตรงหน้า ภายในสายตามีเพียงแค่ความงามของสตรีวัยเยาว์ที่สวยเกินคำบรรยาย ยากที่จะพรรณนาออกมาเป็นคำพูดได้ ราศีนี้นี้ทำให้เขาแสบตา แต่ในขณะเดียวกันก็มีความรู้สึกปวดใจที่ทำให้กู้หยวนหมิงไม่เข้าใจยิ่งกว่า นั่นคือความรวดร้าวใจราวกับภา