นายน้อยแห่งเมืองโยวตูตรงหน้าผู้นี้เป็นคนเสเพลไร้ค่าคนหนึ่งเรื่องอื่นไม่ต้องกล่าวถึง แต่ตระกูลอินสายหลักก็ใช่ว่าไร้ผู้คน อินหลิวเฟิงก็ใช่ว่าไม่มีพี่น้อง เจ้าเมืองโยวตูได้วางตำแหน่งนายน้อยให้กับอินหลิวเฟิงตั้งนานแล้ว นี่จะเป็นความลำเอียงเล็กๆ น้อยๆ งั้นหรืออย่างไรก็ตาม กู้หยวนหมิงไม่มีทางเชื่อจริงๆ ว่า อินหลิวเฟิงจะมีความสามารถเท่าที่แสดงออกมาเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงสงบสติอารมณ์แล้วเอ่ยว่า “ข้าอยู่ที่ต้าฮวงนานขนาดนี้ ทว่าแม้แต่เขตชายแดนที่อยู่อาศัยของพวกข้าคนของสำนักคุนอู๋ก็ไม่เคยย่างกรายเลยด้วยซ ้าซวงเสวียนจวินมีความสามารถมากขนาดนี้ เหตุใดจึงต้องกลัวด้วยเล่า”
“หืม? ท่านพูดว่าพวกเขาไม่รู้ว่าพวกท่านอยู่ที่นี่อย่างนั้นหรือ”อินหลิวเฟิงแสดงสีหน้าไม่เชื่ออย่างแกล้งโง่และเผยสีหน้าบ่งบอกว่า‘อย่ามาหลอกข้าผู้ซึ่งไร้ความสามารถนะ’ ออกมากู้หยวนหมิงอดทนแล้วอดทนอีก แต่สุดท้ายก็อดทนไม่ไหว จึงกลอกตามองบนด้วยท่าทางสง่างาม แล้วเปลี่ยนหัวข้อสนทนา พลางเอ่ยถามไปตรงๆ ว่า “เจ้ารู้หรือไม่ว่าหยางเซ่าเหิงอยู่ที่ใด”“อ่อ เรื่องนี้ข้าไม่ทราบจริงๆ! เขากลับสำนักคุนอู๋แล้ว! พาสุนัขรับใช้ขั้นสุวรรณชาดสิบสองตัวนั้นของเขากลับไปด้วย” อินหลิวเฟิงตอบคำถามอย่างเรียบร้อย เขาเข้าใจเรื่องหมูไปไก่มาเป็นอย่างดี“ไปแล้ว?” กู้หยวนหมิงประหลาดใจมาก แต่ก็อยู่ภายใต้การคาดการณ์ของเขาเช่นกัน ถึงอย่างไรข่าวสารของที่นี่ก็ไม่สามารถส่งออกไปไ