ในเวลาเดียวกันนั้น เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่สัมผัสถึงกลิ่นอายของท่านพ่อรูปงามไม่ได้แล้วก็ร้อนใจจนดวงหน้าเล็กๆ นั้นแดงก ่า “อ้ะเนะเนะ!อ้ะเนะเนะ…”“เขาเป็นอะไรหรือ” อินหลิวเฟิงไม่เข้าใจเยี่ยนอวี๋มองไปด้านนอกด้วยสายตาลำบากใจ ขณะอุ้มบุตรชายที่มีท่าทางกระวนกระวายเอาไว้ นางเชื่อว่าบุตรชายไม่ได้กระวนกระวายใจอย่างไม่มีสาเหตุ แต่นางสัมผัสถึงลมปราณผิดปกติอื่นๆไม่ได้จริงๆ นอกจากเกราะคุ้มภัยของตำหนักไท่ชางอันเก่าแก่นี่ก็สามารถอธิบายได้ว่า บุตรชายสัมผัสถึงลมปราณที่นางมิอาจรับรู้ได้ ดังนั้นบุตรชายสัมผัสได้ถึงสิ่งใดกันแน่ เยี่ยนอวี๋หลุบแพขนตาลงเล็กน้อย ขณะเผยแววครุ่นคิดออกมาทว่าอินหลิวเฟิงกลับรู้สึกถึงมันได้แล้ว เขาคิดว่านี่เป็นสถานการณ์ค่อนข้างเร่งด่วน “แม่นางเยี่ยน ทางที่ดีที่สุดท่านควรจะปลอบบุตรชายของท่านให้เงียบก่อน มีลมปราณยอดฝีมือแห่งสำนักคุนอู๋!”“หืม?” เยี่ยนอวี๋เหลือบตาขึ้นมอง หยุดใคร่ครวญไปชั่วขณะแล้วลูบศีรษะโล้นของบุตรชาย พลางปลอบเสียงเบา “เสี่ยวเป่าไม่ต้องร้อนใจ ไม่ว่าเจ้าจะสัมผัสได้ถึงสิ่งใด ช้าเร็วอย่างไรแม่จะช่วยเจ้าหาให้พบ”
“อ้ะ?” เยี่ยนเสี่ยวเป่ารีบแหงนศีรษะเล็กๆ ขึ้น สายตาที่มองไปยังมารดาวูบไหวเยี่ยนอวี๋รู้ว่านางคิดถูก จึงก้มลงจุมพิตหน้าผากบุตรชาย และเอ่ยคำสัญญาอย่างจริงจังว่า “แม่จะช่วยเจ้าอย่างแน่นอน ตอนนี้พวกเราอย่าเพิ่งรีบร้อนไปดีหรือไม่”“อ้ะเนะเนะ…” แม้ว่าเยี่ยนเสี่ยวเป่าจะอยากไปตา