แม้ว่าหยางเซ่าเหิงจะสามารถตามลมปราณและพบตำแหน่งโดยประมาณได้ แต่กลับไม่สามารถรู้ตำแหน่งที่แน่ชัดได้ ยิ่งไปกว่านั้นหลิงเป่าจากเมืองโยวตูของอินหลิวเฟิงไม่ใช่ของแผงลอยข้างถนนก็พอเชื่อถือได้อยู่…เพราะเช่นนี้แม้ว่าหยางเซ่าเหิงจะหาไปหามา ก็ยังปล่อยให้รถม้าของอินหลิวเฟิงพ้นจากสายตาของเขาไปได้ และเขายังไม่รู้อีกว่าลมปราณที่ดึงดูดเขาแท้จริงแล้วมาจากรถม้าของอินหลิวเฟิง“หรือว่า…” หยางเซ่าเหิงขมวดคิ้วปม คาดเดาอย่างตระหนักได้ว่าลมปราณนี้อาจถูกปล่อยออกมาจากผู้อัญเชิญศักดิ์สิทธิ์ผู้ทรงพลังที่ซ่อนตัวอยู่ในภูเขาก็เป็นได้แม้ว่าภูเขาระดับนี้จะมีผู้อัญเชิญศักดิ์สิทธิ์น้อยมาก แต่ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีเลย ดังนั้นหยางเซ่าเหิงจึงไม่ได้ตามหาอย่างละเอียดอีกและเดินทางกลับไปยังขบวน…แต่อินหลิวเฟิงที่สัมผัสได้ถึงหยางเซ่าเหิงพึมพำขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ “จมูกสุนัข”“ความรู้สึกไวดีนะ” เยี่ยนอวี๋มองไปทางที่หยางเซ่าเหิงจากไปอย่างมีนัยยะ
“ไม่หรอก! แต่การแสดงของข้ายอดเยี่ยมนัก ทุกคนคิดว่าข้าเป็นเพียงแจกันดอกไม้ เป็นคนที่อ่อนแอที่สุดในสี่สุภาพบุรุษ แม้แต่หยางเซ่าเหิงยังไม่มองข้าอยู่ในสายตาเลย เจ้าดูสิเขาไม่อยากมาตรวจสอบให้แน่ชัดด้วยซ ้า” อินหลิวเฟิงค่อนข้างกระหยิ่มใจในตนเองแต่เยี่ยนอวี๋กลับพูดว่า “ยากนักที่เจ้าจะตระหนักในตนเองได้”“หา?” อินหลิวเฟิงสับสนอยู่ครู่หนึ่ง ทว่าเขายังไม่ทันตั้งตัวเม่ยเอ๋อร์ก็สำทับขึ้นว่า “อย่าว่าแต่แจ