บมาตลอดทาง แน่นอนว่าต้องดึงดูดความสนใจของเยี่ยนอวี๋อย่างแน่นอน“ตื่นแล้วหรือ” อินหลิวเฟิงรีบเข้าใกล้ในทันที เห็นเปลือกตาที่ดูขยับแต่ก็ไม่ขยับของเยี่ยนจื่อเสาเยี่ยนจื่อเสาดิ้นรนอยู่ในความลำบากนี้อยู่นานกว่าจะลืมตาขึ้นได้ และสบตาเข้ากับดวงตากลมโตดำวาวคู่นั้น“อ้ะ!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่เข้ามาใกล้ส่งเสียงร้องดีใจ จากนั้นก็หันหน้ากลับไปมองท่านแม่ของเขาเยี่ยนอวี๋ลูบศีรษะโล้นของเจ้าเด็กน้อย แล้วมองพี่รองที่ค่อยๆ ลืมตาขึ้นอยู่เงียบๆ จากนั้นจึงค่อยๆ กล่าวขึ้นว่า “พี่รอง ท่านรู้สึกอย่างไรบ้าง”เยี่ยนจื่อเสาที่จำทุกอย่างที่เกิดขึ้นก่อนที่จะสลบไป ค่อยๆ ยกมือขึ้นและเห็นนิ้วมืออสูรเต็มไปด้วยหนามเขา…ไม่รอให้เยี่ยนจื่อเสาได้สติดี เจ้าเด็กน้อยก็ยื่นมืออันนุ่มนิ่มออกไปจับหนามบนมือของลุงรอง และส่งเสียงร้องอย่างตื่นเต้น“อ้ะเนะ!”“…เสี่ยวเป่า” เยี่ยนจื่อเสาเก็บมืออย่างรู้ตัว
แต่เยี่ยนอวี๋กลับจับมือพี่รองของนางไว้ตามมืออันนุ่มนิ่มของเสี่ยวเป่า “พี่รอง”เยี่ยนจื่อเส่ามึนงง “เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ ข้า…”“ท่านเป็นพี่รองของข้า เป็นลุงรองของเสี่ยวเป่า” เยี่ยนอวี๋รู้ว่าเยี่ยนจื่อเสาต้องการจะพูดอะไร แต่นางไม่ปล่อยให้เขาได้พูดออกมา จึงได้พูดอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกเช่นนั้นออกมาแต่เยี่ยนจื่อเสาเข้าใจในความหมายอันลึกซึ้งของคำพูดนั้น เขารู้ว่าสิ่งที่น้องสาวต้องการจะสื่อคือไม่ว่าเขาจะกลายเป็นอะไร เขาก็ยังคงเป็นพี่รองของนางและเป็