เยี่ยนชิงไม่เคยรู้สึกว่าเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ตรงหน้ามิใช่เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ของเขาเลย แม้ว่าเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ของเขาจะมีความลับมากมาย และมีด้านที่อธิบายไม่ได้อีกมากมายก็ตามแต่เยี่ยนชิงก็มิเคยมีข้อสงสัยใดๆ เขามิเคยรู้สึกว่าเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ของเขาจะไม่ใช่เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ของเขาแล้ว เขาเพียงแค่รู้สึกเศร้าใจที่เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ถูกสภาพแวดล้อมบีบบังคับให้โตขึ้นเท่านั้นเช่นเดียวกับเยี่ยนจื่อเสา!ส่วนเยี่ยนอวี๋ หลังจากที่นางได้ยินเสียงบิดาผู้เอ็นดูบุตรสาวดุจเจ้าหญิง นางก็หยุดโดยสัญชาตญาณ แล้วหันไปมองร่างสูงที่เดินเข้ามาหานาง “ท่านพ่อรีบหน่อยเจ้าค่ะ”เฮ้อ! เยี่ยนชิงเดินตามบุตรสาวสุดที่รักได้ทัน แล้วพูดด้วยรอยยิ้มละไมว่า “ให้พ่ออุ้มเสี่ยวเป่าดีหรือไม่”“อีกสักพักเถอะเจ้าค่ะ เสี่ยวเป่ายังตกใจอยู่ หากคนอื่นอุ้ม เกรงว่าเขาจะหลับไม่สนิท” เยี่ยนอวี๋อธิบายอย่างอดทนเยี่ยนชิงก็มิได้ดึงดันเช่นกัน จู่ๆ ก็นึกอะไรขึ้นได้จึงถามขึ้นว่า“อ้อ พี่รองของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เยี่ยนอวี๋ก็พูดเสียงเบาว่า “พี่รองสภาพแย่มากเจ้าค่ะ ท่านพ่อต้องเตรียมใจให้พร้อม”
เยี่ยนชิงตกตะลึง เพียงแต่ยิ้มและพยักหน้ามิได้ถามอะไรอีก แม้นเขาจะเตรียมใจไว้ตั้งแต่ต้นแล้วก็ตาม แต่เมื่อเห็นลูกชายจริงๆ เขาก็ยังยากที่ยอมรับอยู่ดี“พี่รองไม่สามารถเปลี่ยนกลับมาเป็นมนุษย์ได้แล้วเจ้าค่ะ” เยี่ยนอวี๋ลูบใบหน้าของเยี่ยนจื่อเสาซึ่งได้กลายเป็นอสู