งไห้จนเหนื่อย ประกอบกับเสียงปลอบโยนและการลูบเบาๆ ทำให้เขาเริ่มทรงตัวไม่ได้ จึงค่อยๆ หลับตาที่ร้องไห้จนบวมลง“เด็กดี…” เยี่ยนอวี๋ลูบศีรษะลูก พร้อมทั้งปลอบโยนลูกที่ง่วงงุนจนใกล้จะหลับ
อินหลิวเฟิงไม่กล้าปริปาก ไม่กล้าต่อต้าน และไม่กล้าทำอะไรทั้งสิ้น ทำได้แค่มองเยี่ยนอวี๋กล่อมลูกนอน มองดูแล้วก็เคลิบเคลิ้มน่าดูเยี่ยนอวี๋ที่กล่อมลูกไม่เพียงแค่อ่อนโยนเท่านั้น แต่ยังอดทนเป็นพิเศษ ร่างกายเรืองรองสาดแสงที่เต็มไปด้วยความเป็นแม่ สะกดความงามอันสูงส่งราวกับเทพธิดาของนางไว้ ทำให้นางเป็นดั่งเทพธิดาที่ถูกลงโทษให้มาจุติยังมนุษย์โลก เต็มไปด้วยเสน่หาอันทำให้คนมึนเมาจนไม่รู้ทางกลับยกตัวอย่างเช่นอินหลิวเฟิง เขามึนเมาเสียแล้ว…ชั่วขณะหนึ่งเขาที่รู้สึกว่า ต่อให้ถูกใส่ร้ายเช่นนี้ก็ไม่เป็นไร ขอแค่ได้เห็นภาพที่อยู่ตรงหน้านี้ก็เพียงพอแล้วน่าเสียดายที่เขาคิดในแง่ดีเกินไป ความจริงนั้นน่าเวทนากว่านี้นัก“ว่ามา จุดประสงค์ที่มาลักพาตัวเสี่ยวเป่าของข้า” เยี่ยนอวี๋ที่กล่อมลูกชายจนหลับ หันมาตัดสินโทษของอินหลิวเฟิงทันที และแน่นอนว่าจะไม่ให้โอกาสเขาอธิบายด้วยอินหลิวเฟิงพูดอย่างยอมพ่ายแพ้ใน ‘การสู้คดี’ ว่า “บอกความจริงไปพวกท่านก็ไม่เชื่อ เช่นนั้น ข้าจะบอกว่าที่ข้าลักพาตัวเสี่ยวเป่าไปก็เพื่อข่มขู่ให้ท่านแต่งงานกับข้าได้หรือไม่เล่า”“ชั่วร้าย!”
“ไร้ยางอาย!”“ต ่าช้า!”เยี่ยนชิง เม่ยเอ๋อร์ และหยางชีซานพร้อมใจกันก่นด่าเขา และเชื่