ะคำสั่งของต้าซือมิ่งแห่งราชสำนัก ซึ่งอยู่ในเขตหวงห้ามของพวกท่าน”“เหลวไหล!” หยางชีซานพูดตอกหน้าอินหลิวเฟิงโดยไม่ต้องคิด“หากต้าซือมิ่งแห่งราชสำนักท่านนั้นมาที่เขตหวงห้ามของสำนักชางอู๋เรา สำนักชางอู๋เราย่อมต้องโค้งกายต้อนรับแน่นอน เหตุใดท่านผู้นั้นจึงจะต้องแฝงกายมาด้วย”“ข้า…” อินหลิวเฟิงไม่สามารถโต้แย้งได้ และเขาไม่กล้าที่จะบอกว่าต้าซือมิ่งได้ ‘แฝงกาย’ เข้ามาแล้วนี่! เขากลัวว่าต้าซือมิ่งจะแอบดูอยู่แถวนี้ฮือๆๆๆ…อินหลิวเฟิงอยากจะร้องไห้ เขาทำได้เพียงกล่าวคำสาบานต่อฟ้าสวรรค์เท่านั้น “ข้าอินหลิวเฟิง ขอใช้ชะตากรรมของเมืองโยวตูเพื่อรับประกันกับสำนักชางอู๋ว่าข้ามาที่นี่เพื่อตามหาต้าซือมิ่งจริงๆ! มิได้มีประสงค์ร้ายต่อสำนักชางอู๋ หรือมีความโลภแต่อย่างใด!”
อุแว้! เสียงเล็กๆ ของเยี่ยนเสี่ยวเป่าตะโกนอย่างโกรธแค้น และพูดว่า “อ้ะเนะเนะ…” โดยมีความหมายว่า ‘ข้าไม่สน ข้าไม่สน! เจ้านั่นแหละที่ทำให้ท่านพ่อตกใจหนีไป! ข้าไม่สนอะไรทั้งนั้น…’หยางชีซานกล่าวเนิบนาบว่า “สิ่งที่ท่านพูด แม้แต่เด็กน้อยก็ยังไม่เชื่อเสียเลย”อินหลิวเฟิง “…”โอ้สวรรค์! โอ้นรก! อสุนีบาตฟาดลงมาใส่เขาให้ตายเสียรู้แล้วรู้รอดเถอะ! เด็กคนนี้จะเอาเรื่องเขาให้ได้ใช่หรือไม่? ต้องใช่แน่ๆ! แต่ระหว่างพวกเขามีความแค้นอะไรกัน ถึงกับต้องใส่ร้ายเขาด้วยวิธีนี้?“นำตัวไป”