งเห็นความผิดปกติใดๆ ได้เลย
แต่ถึงกระนั้น… พวกเขาก็เลือกที่จะเชื่อในคำพูดของจางอวิ๋นอย่างสนิทใจและไร้ข้อกังขา เพราะตลอดเส้นทางการฝึกตนที่ผ่านมา ปาฏิหาริย์ที่จางอวิ๋นแสดงให้ประจักษ์ได้พิสูจน์แล้วว่าอาจารย์ของพวกเขานั้น ‘ของจริง’ แค่ไหน!
“เอาล่ะ ลองค้นดูรอบๆ สิ เผื่อจะเจอพวกคัมภีร์มรดกตกทอดหรือของมีค่าอะไรทำนองนั้น…”
จางอวิ๋นกล่าวด้วยท่าทางผ่อนคลาย พลางหันหลังให้กับซากหุ่นเชิดที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นอย่างไม่ใส่ใจ ราวกับมองข้ามมันไปโดยสิ้นเชิง
สวีหมิงและอู๋เสี่ยวพั่งพยักหน้ารับคำสั่ง เตรียมจะแยกย้ายกันออกค้นหา
ฟุ่บ!
ทันใดนั้น เสียงแหวกอากาศอันแหลมคมดุจภูตพรายก็กรีดดังขึ้น!
ประกายดาบสีดำทมิฬสายหนึ่งพุ่งวาบขึ้นมาจากพื้นดิน เสียบทะลุแผ่นหลังของจางอวิ๋นจนมิดด้ามอย่างจัง!
“ท่านอาจารย์!!”
สวีหมิงและอู๋เสี่ยวพั่งหน้าถอดสี ร้องตะโกนสุดเสียงด้วยความตื่นตระหนก หัวใจแทบหยุดเต้น
ทว่าในวินาทีถัดมา ทั้งคู่ก็ต้องชะงักค้างด้วยความงุนงง
เพราะร่างของ ‘จางอวิ๋น’ ที่ถูกแทงทะลุจนพรุนนั้น กลับค่อยๆ บิดเบี้ยวและเลือนหายไปในอากาศธาตุราวกับฟองสบู่ที่แตกสลาย
“ภาพติดตา!?”
ซากหุ่นเชิดชุดคลุมดำที่ลุกขึ้นมายืนทะลึ่งพรวดตั้ง