ุษย์ออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าทรงอำนาจ
“ตอนนี้… พวกเจ้าเข้ามาได้แล้ว!”
สิ้นเสียง มันก็สะบัดชายเสื้อหันหลังเดินกลับเข้าไปในเรือนหลังเล็ก ทิ้งบานประตูที่เปิดอ้าไว้อย่างเชื้อเชิญ
“ท่านอาจารย์ หุ่นเชิดตัวนั้นมัน…”
สวีหมิงและอู๋เสี่ยวพั่งเห็นหุ่นเชิดเอื้อนเอ่ยวาจาได้ สีหน้าก็พลันเผยความตื่นตะลึงสุดขีดจนต้องหันขวับมามองจางอวิ๋นเป็นตาเดียว
“ตามหลังอาจารย์มา ระวังตัวด้วย!”
จางอวิ๋นหรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาคมกริบกวาดมองรอบด้าน ก่อนจะก้าวเท้าอย่างมั่นคงมุ่งหน้าสู่เรือนเล็ก
สวีหมิงและอู๋เสี่ยวพั่งไม่รอช้า รีบเร่งฝีเท้าติดตามผู้เป็นอาจารย์ไปติดๆ
ภายในเรือนหลังเล็กเป็นห้องชงชาที่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ทว่าแฝงกลิ่นอายโบราณกาล ตรงกลางจัดวางโต๊ะน้ำชาและเก้าอี้ไม้เก่าแก่ไม่กี่ตัว บนผนังด้านข้างแขวนภาพวาดทิวทัศน์ขุนเขาและสายน้ำหมึกอันวิจิตรตระการตา นอกเหนือจากนั้นก็ว่างเปล่าไร้สิ่งของอื่นใด
หุ่นเชิดชุดคลุมดำเมื่อครู่ บัดนี้ยืนสงบนิ่งอยู่ข้างโต๊ะน้ำชา มือที่แข็งกระด้างค่อยๆ บรรจงหยิบกาน้ำชาสามใบที่วางเรียงรายขึ้นมา ก่อนจะรินน้ำชาลงในถ้วยดินเผาโบราณสามใบอย่างเชื่องช้า
ไอความร้อนลอยกรุ่นพวยพุ่งเหนือปากถ้วย ส่งกลิ่นหอมปร