“ปรมาจารย์วิญญาณของสำนักชางอู๋!”“ปรมาจารย์วิญญาณของสำนักได้ปรากฏตัวขึ้นแล้ว!…” ทุกแห่งในสำนักชางอู๋ ทั้งในและนอกเมืองชางอู๋ ทั้งหมดถูกปกคลุมไปด้วยแสงสว่างพร่างพรายนี้ หลายคนต่างก็มุ่งสายตาจับจ้องไปยังสำนักชางอู๋โดยมิได้นัดหมายปุยหิมะกำลังโปรยปราย แสงสว่างกระทบต้นอู๋ถงก่อให้เกิดเงาที่ดูเหมือนพระเพลิง ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่สามารถละสายตาได้! ต่างก็จับจ้องเงยหน้ามองอย่างอดไม่ได้“ต้องเป็นเขาแน่” อินหลิวเฟิงมองไปที่เงาของต้นอู๋ถงด้วยความมั่นใจ กลิ่นอายภายในร่างกายอันร้อนจัดเกิดพลุ่งพล่านอยู่ตลอดเวลา ทว่ากลิ่นอายอันเกรี้ยวกราดนี้ กลับไม่ทะลักออกจากร่างกายเขาแม้แต่น้อย นอกจากเยี่ยนอวี๋ที่มองทะลุถึงสายเลือดของเขาได้ รวมไปถึงเยี่ยนชิงผู้ที่รู้เส้นสนกลในอยู่แล้ว ส่วนคนอื่นล้วนแล้วแต่ไม่รู้ว่าเขามีสายเลือดวิหคทมิฬ ทั้งยังเป็นสายเลือดบริสุทธิ์อีกด้วยเพียงแต่…ณ เวลานี้ขณะที่สายตาทุกคู่จับจ้องมายังสำนักชางอู๋ ทว่าเยี่ยนเสี่ยวเป่ากลับสับสน “อ๋า? “เยี่ยนอวี๋เองก็ขมวดคิ้วมุ่น “หายไปแล้ว?”
“อ้ะเนะเนะ!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าเอี้ยวตัวอย่างร้อนรน เขาพบว่ากลิ่นอายอันคุ้นเคยได้หายไปแล้วเยี่ยนอวี๋ลูบศีรษะลูกเบาๆ หมุนตัวเขารอบหนึ่ง ก่อนจะให้เข้าไปอยู่ในผ้าห่อตัวตามเดิม พลางตบเบาๆ อย่างปลอบโยน “เสี่ยวเป่าไม่รีบนะ แม่จะรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น”“อ้ะๆ…” เยี่ยนเสี่ยวเป่าพึมพำเยี่ยนอวี๋ยิ้มและหอมเจ้าตัวน้อยอีกหนึ่งฟอด “จะต้