ยี่ยนชิงก็งุนงง ต่อมาจึงเข้าใจและพูดว่า “ได้อยู่แล้ว”“ท่านพ่อ?” เยี่ยนจื่อเสาที่เข้าใจ รู้สึกแปลกใจ “สถานที่ของปรมาจารย์วิญญาณ เกรงว่าท่านจะพาเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์เข้าไปตามอำเภอใจไม่ได้กระมัง?”เป็นเช่นนั้นจริงแต่เยี่ยนชิงรู้ว่าปรมาจารย์วิญญาณก็อยากพบบุตรสาวสุดที่รักของเขาเช่นกันในฐานะเจ้าสำนัก ไม่มีใครรู้จักปรมาจารย์วิญญาณได้ดีไปกว่าเขาแล้ว และเขาสามารถรับรู้ได้จากเมื่อคืนแล้วว่าปรมาจารย์วิญญาณและเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์มีบางอย่างที่ ‘เชื่อมต่อกัน’ดังนั้นเยี่ยนชิงจึงไม่ใส่ใจกับบุตรชายคนรอง และถามบุตรสาวต่อว่า “เจ้าอยากไปเมื่อใดล่ะ”“เดี๋ยวนี้เลยเจ้าค่ะ” เยี่ยนอวี๋ตอบ“ใจร้อนขนาดนั้นเชียว?” เยี่ยนชิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย และอดไม่ได้ที่จะถามว่า “เจ้าอยากไปด้วยตัวเอง หรือปรมาจารย์วิญญาณเรียกหาเจ้าล่ะ?”
“เรียกหา?” เยี่ยนจื่ออวี๋ขมวดคิ้ว แอบนึกถึงต้นอู๋ถงแก่ที่กำลังจะตาย มีหรือที่จะมีความอาจหาญเช่นนี้ แล้วนึกถึงคำที่เยี่ยนชิงใช้เรียก‘ปรมาจารย์วิญญาณ’ จึงพูดเนิบๆ ว่า “ข้าต้องการไปเองเจ้าค่ะ”“อะไรนะ? น้องเล็ก เจ้าช่วยพูดให้ชัดเจนกว่านี้ได้หรือไม่ เหตุใดพี่รองถึงไม่เข้าใจ” เยี่ยนจื่อเสารู้สึกสับสน แต่เขาสังเกตเห็นได้ว่าเหมือนว่าท่านพ่อจะรู้ทุกอย่าง ดังนั้นเขาจึงอยากจะรู้ด้วย! จะให้ท่านพ่อกับน้องเล็กมีความลับกันอยู่สองคนไม่ได้เยี่ยนอวี๋ไม่คิดจะปิดบัง “พลังปราณของข้ายังอ่อนแออยู่ปรมาจารย์วิญญาณสามารถช่วย