ล่า’…
เช้าวันรุ่งขึ้นอินหลิวเฟิงก็มาถึงสำนักชางอู๋ เขารอตั้งแต่เช้าตรู่จนกระทั่งตะวันสายโด่ง เยี่ยนอวี๋ถึงจะตื่นมาพร้อมกับเจ้าตัวน้อยที่กำลังหาวหวอดๆ
หาววว… เยี่ยนเสี่ยวเป่าผู้อยู่ในอ้อมแขนของมารดากำลังพลิกกายอย่างง่วงนอน เขาอยากนอนต่ออีก ฃทว่าเยี่ยนจื่อเสาใจร้อนรีบก้าวเข้ามาหยอกเจ้าตัวน้อย “เสี่ยวเป่าเสี่ยวเป่า”“เนะ” เยี่ยนเสี่ยวเป่าตอบรับอย่างเกียจคร้าน ไม่มีชีวิตชีวา“เสี่ยวเป่าหลับไม่พอหรือ” เยี่ยนจื่อเสาค่อนข้างเป็นห่วง“เป็นเด็กนอนเยอะเจ้าค่ะ” เยี่ยนอวี๋ลูบใบหน้าลูกชาย กล่อมให้เขานอนต่ออย่างอ่อนโยน นางไม่มีทางทิ้งเขาเยี่ยนเสี่ยวเป่าจึงนอนหลับต่ออย่างพึงพอใจ เมื่อสักครู่เขารู้สึกว่าท่านแม่กำลังจะ ‘หนี’ ถึงได้ลำบากตื่นขึ้นมา“อ้อ” เยี่ยนจื่อเสารู้สึกเสียดายครั้นแล้วอินหลิวเฟิงจึงกระแอมไอเบาๆ “อะแฮ่ม แล้วจะเริ่มลงมือวันนี้เลยหรือไม่” เมื่อวานนัดให้มาวันนี้มิใช่หรือ เหตุใดถึงรู้สึกราวกับว่าวันนี้ไม่มีกิจธุระกันล่ะ“ใช่” เยี่ยนอวี๋นั่งลง แต่กลับไม่ได้ลงมือในทันที ก่อนอื่นนางจับชีพจรให้พี่รองเป็นลำดับแรก จากนั้นจึงเอ่ยขึ้นว่า “ตอนนี้ ลมปราณของมนุษย์วานรหวาไหวได้กระตุ้นระบบโลหิตของท่านจนถึงยุคหลังโบราณกาลแล้ว ข้าแนะนำว่าปล่อยให้มันกระตุ้นไปถึงยุคโบราณ
กาลเสียก่อน ค่อยลงมืออีกที จะได้กำหนดสิ่งอัญเชิญศักดิ์สิทธิ์ของท่านเป็นจิ้งจอกสวรรค์เก้าหางได้โดยง่าย”“…อย่างไรนะ” เยี่ยนจื่อเสาไม่เข้าใจ